เมนูหลัก

เมนูย่อย

ผลงานพรรค

ผลงานพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2535-2554

  1. ด้านปฏิรูปกฎหมายและกระจายอำนาจ
    1. การกระจายอำนาจบุคลากรและงบประมาณ
      • จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครบทั่วทั้งประเทศเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจอย่างชัดเจน อีกทั้งยังยกฐานะสุขาภิบาลทั่วประเทศให้เป็นเทศบาล เพื่อกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างทั่วถึง
      • จัดให้มีการเลือกตั้ง นายก อบต. และสมาชิกตำบลได้โดยตรง
      • เปลี่ยนโครงสร้างจากระบบผู้จัดการเมืองพัทยาที่มาจากการแต่งตั้งเป็นนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยสมาชิกสภาเมืองฯ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน
      • ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารและถ่วงดุลอำนาจผ่านการเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือออกคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ตลอดจนสามารถตรวจสอบการทำงานของ อปท.​ ได้เป็นครั้งแรก
    2. นโยบายการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
      • กำหนดให้มีการเสนอราคาสินค้าและบริการต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมและสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีบนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย
      • ผลักดัน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต และจัดตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเกิดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและขจัดการทุจริตทั้งในภาครัฐและเอกชน
  2. ด้านการศึกษา
    • ริเริ่มโครงการเรียนฟรี 12 ปี และขยายโอกาสสู่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องจนนำมาสู่โครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางการศึกษาต่างๆ เช่น หนังสือเรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ฯลฯ
    • จัดตั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมแก่เยาวชนไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
    • โครงการคืนครูให้นักเรียน ลดบทบาทที่ไม่จำเป็นของข้าราชการครู เพื่อมุ่งปฏิบัติหน้าที่ความเป็นครูต่อนักเรียนไทยได้อย่างเต็มที่
    • โครงการอาหารเสริม (นมโรงเรียน) สร้างเสริมสุขภาพเยาวชนไทยให้มีน้ำหนักและส่วนสูงเป็นไปตามมาตรฐานสากล
    • จัดตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพแก่เยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
    • จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชน (ในพื้นที่ที่มีความต้องการ) เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ให้เด็กก่อนวัยเรียน
  3. ด้านสาธารณสุข
    • ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมั่นใจไปกับโครงการเบี้ยยังชีพเพื่อผู้สูงอายุ (60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) สวัสดิการสังคมจากรัฐที่เริ่มต้นครั้งแรกในสมัยนายกฯ ชวน หลีกภัย โดยผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยประกันคนละ 200 บาท และปรับสูงขึ้นในสมัยนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคนละ 500 บาท
    • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งช่วยให้การสาธารณสุขของประชาชนดีขึ้นผ่านการยกระดับสถานีอนามัยหรือศูนย์สุขภาพชุมชน เป็นสถานพยาบาลประจำตำบลที่พร้อมให้การรักษาและป้องกันโรคภัย
    • โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.เชิงรุก) สร้างระบบอสม. สู่ชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการดูแลจัดการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  4. ด้านสวัสดิการสังคม
    • โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถออมเงินตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เพื่อรอรับเงินสมทบทุนจากรัฐ อีกทั้งยังได้รับหลักประกันที่ดีในวัยชรา
    • โครงการประกันสังคมแรงงานนอกระบบ แก้ไขปัญหาแรงงานนอกระบบกลับเข้าสู่ระบบภายใต้การดูแลของรัฐที่สามารถให้สวัสดิการด้านต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่น การให้เบี้ยประกัน ชดเชยเมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และกรณีเสียชีวิต
  5. ด้านการเกษตร
    • โครงการประกันรายได้เกษตรกร จากราคาที่ต่ำลงของพืชเศรษฐกิจ 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวนาปี มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รัฐจึงเข้าช่วยเหลือเพื่อลดความเสี่ยงจากการขายผลผลิตผ่านการให้เงินชดเชยส่วนต่างของราคาประกันฯ ภายใน 15 วัน เพื่อชดเชยรายได้ของเกษตรกรที่ขาดหายไป
    • โครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร รัฐจะให้การสมทบทุนช่วยเหลือและทำประกันแบบสมัครใจ เพื่อลดภาระรายจ่ายของเกษตรกรผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ
    • กองทุนพัฒนาและฟื้นฟูเกษตรกร เกิดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาศักยภาพ และแก้ไขปัญหาของเกษตรกรผ่านสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
    • นโยบายปฏิรูปที่ดินและโครงการโฉนดชุมชน ทำขึ้นเพื่อจัดสรรและกระจายเอกสารสิทธิถือครองที่ดินจำนวน 4 แสนฉบับ ทำให้เกษตรกรกว่า 5.7 แสนรายมีที่ดินทำกินและสามารถร่วมกันรักษาป่าไม้ได้
  6. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
    • โครงการขยายถนน 4 ช่องจราจร โครงการที่คำนึงถึงการคมนาคมครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศเป็นครั้งแรก โดยถนน 4 เลนสร้างไปถึงเชียงราย, หนองคาย, ตราด และนราธิวาส
    • โครงการถนนไร้ฝุ่น เป็นโครงการที่ทำเพื่อยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทจากทางลูกรังให้เป็นถนนคอนกรีต รวมระยะทางกว่า 7,000 กิโลเมตร กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
    • ริเริ่มโครงการรถไฟรางคู่ ครอบคลุมชานเมือง 4 เส้นทาง ต่อมามีการจัดทำแผนแม่บทรถไฟรางคู่ (รวมทั้งรถไฟสายใหม่) ควบคู่ไปกับแผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง เพื่อสร้างความสะดวกในการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่
    • โครงการทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี เป็นถนนมอเตอร์เวย์เส้นแรกในประเทศ ทำให้การเดินทางไปชลบุรีสะดวกมากยิ่งขึ้น ต่อมาพรรคได้สร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมาเพิ่ม เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
  7. ด้านเศรษฐกิจ
    • นโยบาย BOI เขต 3 โครงการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดที่มีรายได้น้อย เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
    • โครงการต้นกล้าอาชีพ จากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้อัตราผู้ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างมีจำนวนมากขึ้น รัฐจึงจัดการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะและฝีมือให้แก่ผู้ว่างงานหรือถูกเลิกจ้างได้มีโอกาสในการทำงานมากขึ้น
    • โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) โครงการให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ย เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในระดับหมู่บ้าน
    • โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เปิดให้กู้ยืมเงินในเครือข่ายรัฐ เพื่อลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบที่มีค่าดอกเบี้ยสูง