เมนูหลัก

เมนูย่อย

บทความ

ตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101

 

(2 ม.ค. 2562) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ในประเด็นต่างๆ

 

- คำต่อคำ –

“ขออภัยอาทิตย์ที่แล้วไม่มา เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วประชุมกรรมการบริหารอนุมัติผู้สมัคร” 

 

สวัสดีปีใหม่

“สวัสดีปีใหม่ครับ และสวัสดีปีใหม่ท่านผู้ฟังด้วยครับ”

 

ปณิธานปีใหม่คืออะไร

“ตั้งใจว่าจะทุ่มเททุกอย่างเต็มความสามารถ แล้วก็มีส่วนช่วยให้บ้านเมืองเรานี้เดินไปข้างหน้าจริงๆ และปีนี้เป็นปีที่หลายคนรอคอยคาดหวัง ทั้งทางเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ ผมมีหน้าที่โดยตรง และตั้งใจว่าจะทุ่มเทเต็มที่ครับ”

 

ได้เช็คดวงมามั้ย หรือมีคนไปเช็คให้แล้วมาบอก โหรทำนายว่าอย่างไรบ้าง

“คนจะเช็คดวงผมอยู่เยอะ ตลอดเวลาครับ เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ก็รู้สึกว่า แต่ละคนก็จะรายงานกันมาไม่เหมือนกันอยู่แล้วนะครับ ก็คงต้องมีคนถูกสักคนนะครับ”

 

จำได้ว่าเคยถามคุณอภิสิทธิ์เรื่องจับมือกับเพื่อไทยจะเป็นไปได้หรือเปล่า ครั้งล่าสุดที่มาที่เป็นข่าวอยู่นี้มีที่มาอย่างไร

“ไม่ทราบจริงๆ ครับว่ามาอย่างไร แต่ว่าท่านเลขาธิการพรรคซึ่งถูกระบุใช่มั้ย เหมือนกับว่ามีคนไปทำข้อตกลงลับอะไร ก็ปฏิเสธไปแล้ว คือผมก็ย้ำอีกครั้งนะครับ มาถึงขณะนี้ประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ไปคิดที่จะไปบอกว่าจะไปจับมือคนโน้นคนนี้ เพราะประชาธิปัตย์ต้องการที่จะเป็นหลักในการนำพาบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า 

หน้าที่เราวันนี้คือเสนอสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับประเทศ ดีที่สุดสำหรับประชาชน แล้วขอความสนับสนุนจากประชาชนมาให้ได้มากที่สุด และเราจะเริ่มต้นจากตรงนั้น และเราก็ยังมั่นใจว่าบนเส้นทางนี้แหละจะเป็นคำตอบ มันไม่มีเหตุผลอะไรวันนี้ที่ประชาธิปัตย์ต้องไปคุยกับ จะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคพลังประชารัฐ หรืออะไร บอกว่า มาจับมือกันอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีความจำเป็นเลยครับ”

 

แต่ก็ไม่ปิดกั้นโอกาสใช่มั้ย

“บนพื้นฐานที่ผมได้ย้ำไปหลายครั้งว่า เราจะทำงานกับใครได้นั้น เราก็ต้องมั่นใจว่า อุดมการณ์ แนวคิด มันไปด้วยกันได้ ให้เราไปร่วมรัฐบาล หรือว่าแม้กระทั่งเป็นแกนนำชวนใครไปร่วม แล้วก็กลายเป็นรัฐบาลที่มีการทุจริต คอร์รัปชั่น – ไม่เอา ให้ไปร่วมรัฐบาลกับใคร ให้ใครมาร่วมรัฐบาลกับเรา บริหารประเทศแล้วเศรษฐกิจมันล้มเหลว มันไปไม่ได้ เราก็ไม่เอาครับ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นความตั้งใจของเรา เราอยากจะมีโอกาสไปทำงาน เป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อเรามั่นใจว่า แนวคิดเราที่จะพาบ้านเมืองไปข้างหน้า เศรษฐกิจดีขึ้น การเมืองไม่วนกลับมาตรงนี้อีก มันประสบความสำเร็จเท่านั้น”

 

คุณอภิสิทธิ์เคยพูดไว้ มันยังเร็วไปที่จะพูดถึงตอนนี้ว่าจะไปจับมือกับใคร แต่มีคิดไว้บ้างหรือไม่ เพราะมันต้องได้ถึง 375 เสียง จาก 750 ถึงจะตั้งรัฐบาลได้

“ผมกลับมองอย่างนี้ครับว่า จริงๆ แล้วถ้าเกิดใครรวบรวมเสียงได้เกิน 250 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร ผมว่ามันพอ เพราะผมมั่นใจว่าถ้าเกิดมันจับมือกันได้เกิน 250 แล้ว แล้วจะมีคนอื่นมาพยายามที่จะคิดให้ไปเป็นอื่น มันก็อยู่ไม่ได้ครับ ถ้าจับมือกันแน่นจริงๆ นะ 250”

 

ในนี้มีประชาธิปัตย์สักเท่าไหร่ดี

“ก็เยอะที่สุดนะครับ ถ้าได้เกิน 250 ยิ่งดีครับ”

 

ตอนนี้ตั้งเป้าไว้อย่างไรบ้าง

“คืออย่างที่บอกนะครับว่าตอนนี้เราก็ต้องการที่จะให้ได้รับการสนับสนุนมากที่สุด และผมก็เคยพูดในรายการนี้หลายครั้ง เพราะว่ารายการนี้คุยกับผมทีไร มีเลือกตั้งประเทศไหนก็เอามาคุย เอามาพูดกันทุกครั้ง ผมว่าเราไม่สามารถบอกได้หรอก ใครที่คิดว่ามีตัวเลขอยู่แล้วๆ ผมว่าไม่ใช่ บังเอิญไปคล้องจองกับโหรที่บอกว่า จะเกิดการพลิกล็อคบ้าง อะไรบ้าง มันเป็นไปได้ทั้งนั้นนะครับ อันนี้ไม่ใช่หลักโหราศาสตร์ แต่เป็นหลักที่ว่าขณะนี้ เราดูจากผู้เลือกตั้งทั่วโลก เขามีความรู้สึกว่า กรอบเดิมๆ  ที่มันเคยมีอยู่นั้นมันไม่ใช่ เขาอาจจะมีความคิดที่ว่า มันแหวกไปจากความพยายามที่จะบังคับให้คนคิดว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วเวลาประเด็น หรือกระแสไหนมันจุดติด มันสามารถไหลไปในทางนั้นในเวลาสั้นๆ มันเกิดขึ้นแล้วในกี่ประเทศแล้วครับที่เราดูมา (ทรัมพ์ บราซิล) เพราะฉะนั้นผมว่ามันไม่ใช่กติกาเก่าๆ หรอก หรือว่ากรอบการวิเคราะห์เก่าๆ หรอก แล้วถึงเวลาเลือกตั้ง มันจะมีความชัดเจนของมันในตัวเองขึ้นมา”

 

แล้วที่มีการวิเคราะห์ว่า ประชาธิปัตย์น่าจะได้สัก 80 – 100 ที่นั่ง เขาเอามาจากไหน

“ก็มีทั้งคนที่วิเคราะห์ แล้วก็มีคนที่ทั้งอยากให้มันเป็นอย่างนั้น อยากให้มันเป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าพยายามที่จะผลักดันคนที่ตัวเองสนับสนุนขึ้นมาอะไรทำนองนั้น แต่ผมก็ยืนยันว่าผมไม่เชื่อ แล้วก็ผมก็บอกแล้วว่า ถ้าขืนเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่อยู่”

 

เพราะล่าสุดบอกว่าถ้าได้ไม่ถึงเป้า

“ต่ำร้อย ผมก็ไม่ควรจะอยู่หรอกครับ พรรคอย่างประชาธิปัตย์ต้องเป็นพรรคหลัก พรรคหลักนี้ ร้อยนึงก็คือได้ 20% ของคะแนนเสียง เท่านั้นเอง ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ครับ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นอย่างนั้นผมก็ไม่สมควรจะเป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์”

 

ประกาศไว้ชัดๆ ตั้งแต่ก่อนสิ้นปีเลย 

“ใช่ครับ”

 

ตอนนี้เรียบร้อยหรือยังเรื่องการวางตัวผู้สมัครทั้ง 350 คน

“สัปดาห์ที่แล้วที่ไม่ได้มาออกรายการ ก็อนุมัติไปได้สัก 340 นะครับ ก็เหลืออีกประมาณ 10 เขตที่กำลังดำเนินการอยู่ บังเอิญยุคนี้มันต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งมีขั้นตอนพอสมควร อย่างเช่นพอผู้สมัครที่เราไม่ได้อนุมัติไปเพราะปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ เราจะเปลี่ยนแปลงเราจะต้องเปิดรับสมัครใหม่ เอาชื่อเหล่านั้นไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผ่านกรรมการสรรหา แล้วมาที่กรรมการบริหาร ถึงจะครบถ้วนตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นรอบต่อไปที่กรรมการบริหารจะประชุมก็คือวันที่ 6 วันอาทิตย์ ซึ่งก็คิดว่าจะสะสางเขตที่เหลือให้จบครับ”

 

รวมถึงที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการสะสางในพรรคด้วย ถึงขั้นมีข่าวว่าล้างบาง 

“ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ามีประเด็นอะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายล้างบาง – ไม่มี เหตุผลของแต่ละเขตเลือกตั้ง มีความชัดเจนในตัวของมันเอง อดีต ส.ส. ที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ลงเขต บางทีเกิดขึ้นจากปัจจัยง่ายๆ เลยนะครับ ก็คือ มีเขตเลือกตั้งที่มันเปลี่ยนแปลงเอามารวมกัน แล้วก็มีผู้แทนของเราที่อยู่ในเขตนั้นมากกว่า 1 คน อย่างนี้เกณฑ์ที่เราใช้ เท่าที่ดูในหลายกรณี ก็คือเราเอาประชากรมาดูซิว่า ในเขตใหม่นี้มันเป็นของคนไหนมากกว่ากัน ทีนี้คนที่น้อยกว่า แต่มันก็เป็นพื้นที่หลักของเขาเหมือนกัน เขาก็อาจจะมีความรู้สึกว่า อ้าว ทำไมเขาไม่ได้ลง แต่ว่าเกณฑ์มันคือตรงนี้ครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ เลย ที่พยายามจะโยงเข้ามา 

เช่นเดียวกัน ในบางพื้นที่ที่มีผู้สมัครหน้าใหม่ ที่เราอยากจะให้โอกาสเกิดทางการเมือง ก็อาจจะมีขยับผู้ที่อาวุโสกว่าขึ้นบัญชีรายชื่อ ก็เท่านั้นเองครับ แล้วก็เกิดขึ้นกลับหลายกรณี ถ้าจะมีบอกว่ามาโยงเรื่องเลือกหัวหน้าพรรค ก็มีทั้งของคนที่สนับสนุนผม และคนที่สนับสนุนคุณหมอวรงค์นั่นแหละครับ ที่ทั้งขึ้นบัญชีรายชื่อ หรือว่าที่เขาถูกเปลี่ยนแปลงไป มันไม่ได้เกี่ยวกับตรงนั้นหรอกครับ มันจบไปนานแล้วครับ เรื่องเลือกตั้งหัวหน้าพรรค”

 

บัญชีรายชื่อเบอร์ 2 เบอร์ 3 ของพรรคคือใคร เบอร์ 1 คือคุณอภิสิทธิ์ถูกมั้ย 

“ครับ ใช่ครับ เป็นหัวหน้าพรรคครับ”

 

แล้วเบอร์ 2 เบอร์ 3 ที่จะเสนอเป็นนายกฯ มีมั้ย หรือว่าเสนอชื่อคนเดียว

“บัญชีนายกฯ กับบัญชีรายชื่อ ส.ส. คนละบัญชีกันนะครับ อันนี้ตามกฎหมาย ส่วนบัญชี ส.ส. ยังไม่ได้จัด เพราะตอนนี้เราอนุมัติ ส.ส. เขตก่อน แล้วพอมี ส.ส. เขตปั๊บ มันจะมีอย่างที่เรียนให้ทราบว่า บางท่านก็เลยจะต้องมาอยู่บนบัญชีรายชื่อแทน ก็ต้องเอาตรงนี้มาให้ครบก่อน”

 

แล้วบัญชีนายกฯ ล่ะ

“ส่วนบัญชีนายกฯ ขณะนี้ในพรรคฯ ยังไม่ได้คุยกัน แต่ว่าโดยระบบของประชาธิปัตย์ เราก็เสนอหัวหน้าพรรคอยู่แล้ว 1 คน ส่วนจะเสนอคนที่ 2 ที่ 3 หรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการประชุมเรื่องนี้”

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ กติกาคือทุกคะแนนมีความหมาย แล้วจะเอาไปรวมเป็นปาร์ตี้ลิสต์ 

“ใช่ครับ เมื่อเช้า ผมก็ไปพบปะพี่น้องประชาชนที่หนองจอก ก็เลยบอกว่า กติกาใหม่นี้ ต้องใจเดียว แล้วห้ามใจอ่อน ใจเดียวก็หมายความว่า มันเลือกคน เลือกพรรค เลือกนายกฯ มันต้องเป็นเบอร์เดียวกันแล้ว จะไปชอบ ส.ส. คนนี้ แต่แหม ชอบอีกพรรคนึง ไม่ได้หรอกครับ ต้องใจเดียว และใจอ่อนก็ไม่ได้ก็คือว่า ในเขตนี้ แหม มีเพื่อนฝูง มีญาติพี่น้องลง ต้องไปแบ่งคะแนนให้เขา หรือว่าสงสาร เดี๋ยวคะแนนจะน้อย ไม่ได้ครับ เพราะทุกคะแนนถูกนับไปคำนวนให้กับ ส.ส. ของพรรค”

 

เท่าที่ฟังเสียงประชาชน เขามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และมองเรื่องการทำหน้าที่ของ กกต. ในการประชาสัมพันธ์อย่างไร

“ก็มีที่ทราบอยู่บ้าง แต่หลายคนก็ยังไม่ทราบ เท่าที่สังเกตดู เวลาเราพูดจาปราศรัย ดูจากสีหน้าคนที่มาฟังก็จะมีคนที่รู้ รู้อยู่แล้ว มองเห็นว่ารู้อยู่แล้ว แล้วก็มีอีกหลายคนที่ อ้าว เหรอ สีหน้าออกมา ต้องคิดตาม แต่ว่าในที่สุดก็เป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย แล้วก็พอมันเข้าสู่บรรยากาศของการหาเสียงเลือกตั้งจริงๆ ผมก็มั่นใจว่าทุกคนก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนอยู่แล้ว”

 

มี Lucky Number มั้ย พรรคฯ อยากได้เบอร์อะไร

“มันได้ 350 เบอร์ไม่ใช่เหรอ อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นนึงที่ต้องย้ำกันว่า แต่ละเขตเบอร์จะไม่ตรงกันสำหรับแต่ละพรรค ถึงเวลามันก็จะต้องไปดูตามป้ายกันนั่นแหละครับ ว่าป้ายของประชาธิปัตย์ อยู่จตุจักรเป็นเบอร์นี้ ข้ามไปที่ดินแดงเป็นเบอร์นั้น ข้ามไปที่อะไรต่างๆ ก็ต้องแยกกันดู”

 

คาดว่าจะสับสน มีบัตรเสียมั้ย

“คนอยู่กับที่จะไม่สับสนหรอกครับ แต่คนที่เดินทาง เอ๊ะ ทำไมข้ามเขตมาแล้วเบอร์มันกลับกันหมด พรรคนี้เบอร์นั้น แล้วผมนี่เวลาเดินทางไปทั่วประเทศก็จะยากที่สุดนะครับ เวลาเจอคนแล้วบอกเบอร์อะไร ต้องถามกลับก่อนว่าคุณเลือกที่ไหน แล้วสงสัยคงต้องพกบัญชีไว้ 350 เขต เตรียมตอบ”

 

มันมีกระแสข่าวเรื่องของการเลื่อนการเลือกตั้ง

“คือการเลือกตั้งนี้มันถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าจะต้องเกิดขึ้นภายใน 150 วันหลังจากที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่เกี่ยวข้องประกาศใช้ บังคับใช้ ก็คือเมื่อประมาณ 11-12 ธันวาคม เพราะฉะนั้นยังไงมันก็ไม่หลุดไปจากพฤษภาคมอยู่แล้ว นอกจากจะมีการไปแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งผมมองว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้นหรอกครับ เพราะว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่มาก แล้วก็จะกระทบกระเทือนมาก

ส่วนก่อน พฤษภาคม มันจะเป็นภุมภาพันธ์ 24 แบบที่ยืนยันกันมาเหมือนเดิมมั้ยนั้น อันนี้ก็อยู่ที่ว่าพระราชกฤษฎีกาจะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เหมือนกับพูดกันเอาไว้ว่า น่าจะเป็นเมื่อวานนี้ หรือวันนี้ แต่ขณะนี้เท่าที่ทราบก็ยังไม่มี แต่ว่าสมมติว่าออกมาวันพรุ่งนี้ ถามว่าไปเลือกหลัง 24 กุมภาพันธ์ได้มั้ย ก็รู้สึกจะไม่ได้นะครับ ถ้าจะเลือกวันอาทิตย์ เพราะว่าเมื่อกฤษฎีกาออกแล้ว จะต้องกำหนดวันเลือกตั้งไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่ออก อาจจะเลื่อนได้สักอาทิตย์นึงครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่มันจะเกิดขึ้น ถ้าอ้างก่อนหน้านี้ แต่เหมือน กกต. ก็ไม่ได้ยอมรับใช่มั้ยครับ ที่บอกว่าที่มันช้าเพราะว่าจะพิมพ์บัตร ส่งบัตรอะไรไม่ทัน อย่าลืมว่าตรงนี้ ห้วงเวลาที่พูดถึงตรงนี้มันคือห้วงเวลาหลังจากที่สมัครเสร็จแล้วนะ ถ้าไปเลื่อนออกกฤษฎีกาช้าไปมาก แล้วก็คิดว่าจะไปแก้ปัญหาตรงนี้ได้นั้นมันไม่ใช่ เพราะว่าปัญหาของการพิมพ์บัตรที่ กกต. พูดถึงนี้คือ มันต้องรอให้สมัครเสร็จก่อน ถึงจะพิมพ์บัตรได้ เพราะบัตรมันจะต้องไปมีเบอร์ที่สัมพันธ์กับตัวพรรค ซึ่งแต่ละเขตจะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการที่ สมมติว่าพระราชกฤษฎีกาไปออกบอก มีนาคม เพื่อจะเลือกตั้งพฤษภาคม มันไม่ได้แก้ปัญหานี้นะ เพราะว่าเวลาระหว่างวันสมัคร กับเวลาถึงวันเลือกตั้งมันก็จะเหมือนเดิม”

 

มันจะมีเหตุอะไรที่ต้องเลื่อนไปได้นอกเหนือจากเหตุผลเหล่านี้มั้ย

“ผมก็ยังมองไม่เห็นนะครับ ผมก็ยังมองไม่เห็น เพราะว่ากระบวนการนี้มันอยู่ในกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ของกฎหมาย แล้วก็ผมว่าคนไทย ประชาชนทั้งหลาย แล้วก็ประชาคมโลกก็รับรู้ไปแล้ว ถ้าไปเปลี่ยนแปลงกันบ่อยๆ มันก็กระทบความเชื่อถือเปล่าๆ”

 

พื้นที่ภาคใต้กำลังจะเจอพายุปาบึก ฝากความห่วงใยพี่น้องประชาชนอย่างไร

“ย้ำอีกครั้งนะครับว่า เวลามีคำเตือนอะไรต่างๆ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แล้วก็ทำตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าหลายครั้งที่เราผ่านเหตุการณ์ภัยพิบัติทั้งหลายมา ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าบางทีประชาชนไม่ได้ติดตามข่าวสาร หรือบางทีติดตามข่าวสารแล้วก็อาจจะไม่ค่อยเชื่อ เนื่องจากว่าธรรมชาตินะครับ ทุกคนก็คุ้นเคย มันไม่เคยเกิดอะไรอย่างนี้ ก็อยากให้ติดตามข่าวสารให้ดีครับ แล้วก็ทำตามคำแนะนำของราชการ แล้วก็เป็นกำลังใจให้ครับ”

 

คิดว่าปีนี้ประเทศไทย จะเป็นอย่างไรในแง่ของเศรษฐกิจ

“ผมว่าเมื่อมีการเลือกตั้งมันก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจ ปัจจัยจากการเลือกตั้ง แต่ว่าขณะเดียวกันก็คงได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่มีแนวโน้มไปในทางลบของเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเราก็เป็นเศรษฐกิจเปิด แล้วก็ตัวการเลือกตั้งที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจจากการมีการเลือกตั้งนี้ มันจะยั่งยืนหรือไม่ก็คงจะต้องอยู่ที่ว่ารัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องอยู่ที่ประชาชนด้วยครับ ในการตัดสินใจในการเลือกตั้งครับ”