เมนูหลัก

เมนูย่อย

บทความ

การปราศรัยใหญ่ ภาคเหนือ จังหวัดสุโขทัย โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การปราศรัยใหญ่
ภาคเหนือ พรรคประชาธิปัตย์
ณ เวทีสนามไดร์กอล์ฟอุไรไดร์ฟวิ่งเรนท์ จังหวัดสุโขทัย

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

22 กุมภาพันธ์ 2562

 

กราบสวัสดีพี่น้องชาวสุโขทัยที่เคารพรักทุกท่าน ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านทั้งหลายได้สละเวลามาฟังการปราศรัยกันเป็นจำนวนมากในวันนี้ แล้วก็มีพี่น้องจำนวนมากครับนั่งอยู่รายรอบเวที ความจริงก็อยากจะให้เข้ามานั่งใกล้ๆ กันนะครับ จะได้เห็นหน้าค่าตากัน

 

ผมกราบขอบพระคุณพี่น้องชาวสุโขทัย วันนี้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าผมเดินทางมาถึงสุโขทัย ตระเวณไปหลายอำเภอครับ ตั้งแต่ศรีสัชนาลัย สวรรคโลก มาที่ทุ่งเสลี่ยม มาที่ศรีสำโรง เข้ามาในอำเภอเมือง ตลอดระยะทางที่เราแห่รถ ทุกตลาด ทุกถนนหนทางที่เราแวะพบปะกับพี่น้องประชาชน การต้อนรับ น้ำใจไมตรีที่พี่น้องมอบให้ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นกำลังใจอย่างยิ่งในการทำงานของพวกเราต่อไป

 

ที่จริงแล้ว ไม่ใช่เฉพาะวันนี้หรอกครับ ผมเองมีโอกาสเดินทางมาสุโขทัยบ่อย ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหลายครั้งต้องมาเยี่ยมเยียนพี่น้องซึ่งประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า มันมีประเด็นปัญหานโยบายทางการเมืองที่อยากจะมาพบปะกับพี่น้องที่นี่ 20 กว่าปีที่ผมอยู่บนถนนการเมือง ช่วงแรกพี่น้องสุโขทัยไม่มีโอกาสในการได้ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปรับใช้ท่านเลย แต่หลังจากที่ผมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ พี่น้องก็กรุณาเลือก ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์มา 2 ท่าน ที่ยืนอยู่ทางขวาของผม ทางซ้ายของท่าน คือคุณวิรัตน์ (วิริยะพงษ์) กับคุณสัมพันธ์ (ตั้งเบญจผล) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดสุโขทัยครับ

 

แต่นอกเหนือจาก 2 ท่านนี้ ผมดูคะแนนเสียงที่พี่น้องมอบให้กับพรรคประชาธิปัตย์แม้ในเขตเลือกตั้งที่เราไม่ได้รับชัยชนะ ปรากฎว่าคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าพรรคการเมืองอื่น คะแนนของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ส.ส. ที่ชนะในระบบเขตเลือกตั้งด้วย เป็นความผูกพันที่กันมาช้านาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้อยู่คู่กับพี่น้องในประเทศไทย และในจังหวัดอย่างสุโขทัยมาต่อเนื่องยาวนาน

 

เรามีอดีต ส.ส. ก่อน 2 ท่านนี้ มาเป็นท่านนึงคือคุณธวัช สุรินทร์คำ เป็น ส.ส. เมื่อปี พ.ศ. 2518 วันนี้พี่ธวัช ก็มาอยู่กับพวกเราทั้งวัน แล้วก็ยังมีท่านไพฑูรย์ โมคมัคกุล อีกท่านหนึ่ง ท่านเหล่านี้คือบุคคลที่มีคุณค่าทางการเมืองและเป็นแบบฉบับของนักการเมืองของประชาธิปัตย์ คือสม่ำเสมอ มั่นคงอยู่กับพี่น้องประชาชน หลายคนในยุคหลังอาจจะมองว่าภาคเหนือไม่ใช่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์ แต่จริงๆ ถ้าเราดูลึกลงไปถึงคะแนนเสียงที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับในภาคเหนือตลอดมา อยู่ในสัดส่วนที่สูงมาก

 

วันที่มีการเลือกตั้ง แยกคะแนนเป็นระบบบัญชีรายชื่อก็ดี ระบบสัดส่วนก็ดี คะแนนประชาธิปัตย์ไม่น้อยเลยครับ ตอนเป็นระบบสัดส่วนนั้น 10 คน เราได้ถึง 4 คน เพราะอะไร เพราะประชาธิปัตย์ไม่เคยทิ้งประชาชน พี่น้องประชาชนจึงไม่ทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ บนเวทีนี้เรามีนักการเมืองอาวุโส เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 เหมือนกัน แล้วก็ทำงานรับใช้พี่น้องต่อเนื่องตลอดมาในแบบฉบับของสุภาพบุรุษนักการเมืองที่คุณบุญยอด (สุขถิ่นไทย) พูดถึงด้วย ท่านผู้นั้นคือคุณเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ อดีตรัฐมนตรี และอดีต ส.ส. ตาก และบัญชีรายชื่อหลายสมัย ผมพูดถึงเรื่องพวกนี้ทำไม ผมพูดถึงเรื่องพวกนี้เพราะว่าวันนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม

 

ก่อนหน้านี้ผมมาสุโขทัย พี่น้องไม่ค่อยมั่นใจว่าจะได้เลือกตั้ง แต่วันนี้การรับสมัครเสร็จสิ้นแล้ว พรรคการเมืองเริ่มออกหาเสียงแล้ว แม้ว่าจะมีประเด็นการเมืองที่อาจจะทำให้บางฝ่ายสับสนไขว้เขว แต่ประชาธิปัตย์มั่นคง เดินหน้า เหมือนกับที่มาพบปะกับพี่น้องในวันนี้ สิ่งสำคัญก็คือว่า จากนี้ไปการหาเสียงคงเข้มข้นขึ้น คุณบุญยอดพูดไปเมื่อสักครู่ บางพรรคการเมืองเดี๋ยวนี้ก็โจมตีพรรคการเมือง โจมตีพรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง บางทีไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงหรอกครับ แล้วก็ใช้ถ้อยคำที่หลายครั้งผมว่าไม่เหมาะสม ในการที่จะพูดบนเวทีสาธารณะ

 

ประชาธิปัตย์ยืนยันนะครับ เราจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะวันนี้ความตั้งใจของพวกเรา คือพาการเมืองไทยออกจากวังวนเดิม และการพาการเมืองไทยออกจากวังวนเดิมๆ นั้น ผมมาในวันนี้เพื่อวิงวอนให้พี่น้องพิจารณาให้ดีว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องพิจารณาจากอะไร แน่นอนที่สุดหลายคนบอกว่า อยากดูนโยบาย นโยบายสำคัญครับ เพราะนโยบายคือสิ่งที่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง เมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาลแล้วก็จะเอามาใช้ในการบริหารบ้านเมือง และแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และผมก็เชื่อว่านโยบายที่พี่น้องฟังไป จากคุณหมอวรงค์ (เดชกิจวิกรม) เมื่อสักครู่ จากคุณจุรินทร์ (ลักษณวิศิษฏ์) ก่อนหน้านี้จากอีกหลายๆ ท่านที่มาพูดคุยกับพี่น้อง ตอบโจทย์ได้ ผมจะไม่เสียเวลาไปอธิบายมากมายซ้ำหรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องทราบแล้ว แต่ขอฟังเสียงดังๆ หน่อยว่า อยากได้นโยบายเหล่านี้จริงหรือไม่

 

ใครอยากได้นโยบายเกิดปั๊บ รับสิทธิ์เงินแสน ที่ให้เบี้ยแก่เด็กทุกคน 5,000 บาทแรกเกิด 1,000 บาทต่อเดือนจนอายุ 8 ขวบ ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ) นี่จะเป็นการลงทุนในอนาคต ในลูกหลานของเราครั้งสำคัญที่สุด เพื่อให้คนของเราเข้มแข็ง เศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ประเทศชาติเข้มแข็ง

 

ใครอยากได้นโยบายเรียนฟรี ถึง ปวส. ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ) นี่จะเป็นการสร้างหลักประกันที่ดีว่าลูกหลานเราเรียนหนังสือแล้ว มีทักษะ มีงานทำ สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้

 

ใครอยากได้นโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้า ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ) อันนี้ไม่ต้องอธิบายมากนะครับ เพราะทราบอยู่จากผู้สูงอายุทุกครั้งที่ผมมาพบ เพราะว่าที่ผ่านมา เคยได้ 200 300 500 ไต่เป็นขั้นบันได อยากได้ 1,000 แต่ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ถึง 100 ปีรึเปล่า ก็เรียกร้องกันมา

 

อสม. ซึ่งควรจะได้เงิน 1,000 แล้ว แต่ผมสอบถามมาทุกอำเภอ ยังไม่ได้ซักอำเภอนึง อยากได้ 1,000 บาท บวก 200 บาท สมทบกองทุนบำเน็จ ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ) นี่ก็เหมือนกันครับ อสม. นี่ ช่วงที่ผมอนุมัติเงินค่าตอบแทนให้ 600 บาทตอนแรกๆ โอ้โห 2-3 ปี หลังจากนั้น ผมไปไหน อสม. วิ่งเข้ามากอด หลังจากปี ซัก 56 – 57 มา อสม. เจอผมไม่กอดเลย มายืนจ้องหน้าถามว่าเมื่อไหร่จะเพิ่ม เตรียมรับเงิน อสม. เพิ่มจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ครับพี่น้องครับ (เสียงปรบมือ)

 

พี่น้องเกษตรกร ใครอยากได้นโยบายประกันรายได้ ข้าวไม่ต่ำกว่าหมื่น ทำเรื่องข้าวโพดด้วย มันสำปะหลังด้วย และพืชผลอื่นๆ ด้วย ใครอยากให้ประชาธิปัตย์กลับมาฟื้นฟูระบบของอ้อยน้ำตาล ให้อ้อยราคาดี ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ)

 

แล้วใครที่มีค่าจ้าง เงินเดือน ค่าแรง ถึงจะขึ้นมากี่รอบก็ดูจะไม่ทันกับค่าครองชีพ ขึ้นมากี่รอบก็ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับนายจ้าง ขึ้นมากี่รอบก็ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ข้าวของแพงขึ้น วันนี้ใครอยากได้ ประกันรายได้แรงงาน 120,000 บาทต่อปี ปรบมือดังๆ สิครับ (เสียงปรบมือ)

 

และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่บางพรรคการเมืองพยายามจะมาข่มขู่ประชาชนบอก ไม่เลือกเขาจะเลิกบัตรใบนี้ วันนี้ฟังกันชัดๆ ไปแล้วจากหลายคน ไม่มีเลิก มีแต่จะดีขึ้น ดีขึ้นอย่างไร 1. ใครที่ยากจนแต่ปรากฎว่าที่ผ่านมา เขาไม่ยอมให้บัตรคนจน ประชาธิปัตย์จะให้บัตรแก่ท่านครับ (เสียงปรบมือ) 2. อันนี้ไม่หาเสียงหรอกครับ ใครไม่จนจริง เราขอเก็บบัตรคืน (เสียงปรบมือ) 3. ไม่ต้องสับสนอีกต่อไป ตกลงได้เงินเท่าไหร่ เดี๋ยวมีค่าน้ำ เดี๋ยวมีค่าไฟ เดี๋ยวบอกให้ไปโรงพยาบาล เดี๋ยวบอกว่าจะมีมาให้แถมตอนปีใหม่ ไม่เอาครับ เดี๋ยวบอกให้ไปขึ้นรถไฟฟ้า ผมไม่รู้ขึ้นที่ไหนแถวนี้ เอาง่ายๆ รวบสิทธิ์ทั้งหมดแล้วให้ไปเลย 800 บาทต่อเดือน และ 4. สำคัญที่สุด เมื่อกี้คุณหมอ(วรงค์) ก็ย้ำไปอีกแล้ว ทำไมเอาเงินมาให้พี่น้องประชาชนคนยากคน แล้วมาบังคับไม่ให้ซื้อของจากคนยากคนจนด้วยกัน ทำไมจะต้องไปรูดบัตรที่ร้านค้า ทำไมจะต้องมาบังคับว่าสินค้าบางอย่างก็ซื้อไม่ได้ ทำไมอยากจะเก็บเงินขึ้นมาเดือนนี้เผื่อจะเก็บไว้ให้ลูกหลานก็ไม่ให้ ริบคืนไปทุกเดือนๆ ไม่เอาแล้วครับ เราจะทำให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชน หมุนเวียนในตลาด หมุนเวียนกับร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านชำข้างบ้าน ประชาธิปัตย์จะโอนเข้าบัญชีตรง ให้พี่น้องใช้ 800 บาทตามใจชอบครับ (เสียงปรบมือ)

 

นี่นโยบายเหล่านี้ ผมว่ามีความชัดเจน ยังมีเรื่องซึ่งอาจจะดูเหมือนกับไม่ได้ใกล้ตัวเองนัก แต่จะมาเสริมความเป็นอยู่ของพี่น้องอีกมากมาย อย่างในภาคเหนือ เราพูดถึงมหานครที่จะเกิดขึ้น เชียงใหม่ อารยธรรมล้านนามหานคร พิษณุโลกจะต้องเป็นศูนย์กลางโลจิสติก ทำให้ภาคเหนือไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศในภูมิภาคนี้ในเอเชียอาคเนย์

 

พิษณุโลกที่เป็นศูนย์กลางตรงนั้น จะมีบริการที่ดีซึ่งทำให้พี่น้องในจังหวัดใกล้เคียงทั้งหมด ไม่ต้องเสียเวลาเข้ากรุงเทพฯ ไปหาสิ่งที่ดีที่สุดในประเทศไทย และสุโขทัย ซึ่งผมใช้คำว่า มีทุนวัฒนธรรม ไม่เป็นรองเมืองไหนในโลก จะต้องได้รับการส่งเสริมในเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง

 

นโยบายเหล่านี้เป็นความตั้งใจของเรา เป็นนโยบายที่เมื่อกี้ผมสอบถามพี่น้อง พี่น้องปรบมือเสียงดังอย่างนี้ แปลว่าพี่น้องต้องการ แต่สิ่งที่ผมจำเป็นจะต้องพูดต่อจากนี้ไปก็คือว่า พี่น้องจะเห็นว่านโยบายเหล่านี้ ประชาธิปัตย์พูดก่อนเพื่อน ทำไมประชาธิปัตย์พูดก่อนเพื่อนได้ เพราะประชาธิปัตย์ไม่เคยหยุดทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ไม่เคยหยุดทำงาน

 

5 ปีที่แล้ว เกิดการปฏิวัติ ผมโชคดีกว่าพี่น้อง พี่น้องดูทางทีวี ผมไม่ต้องดูถ่ายทอดครับ ผมดูสดๆ คือผมอยู่ในที่ประชุมด้วย เขาควบคุมตัวเลย แล้วเขาก็บอกว่า ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง หลังจากนั้นมา ก็มีคนมาถามผมในฐานะหัวหน้าพรรค เขาไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองแล้วนี่ ทำไมไม่ปิดพรรค พวกเราก็ไปพักผ่อน ผมเห็นนักการเมืองไม่รู้กี่พรรคไปออกโทรทัศน์ ไปออกรายการ บอก โอ้ย ช่วงนี้ไปทำงานอดิเรก ช่วงนี้ได้ไปทำสิ่งนั้นไปทำสิ่งนี้ แต่ประชาธิปัตย์ผมตัดสินใจชัดเจนตั้งแต่วันนั้นว่า เราไม่ปิดพรรค เราไม่พักผ่อน เราไม่เว้นวรรค เราไม่ได้ไปต่อต้านใคร ไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไร เราไม่ได้ทำผิดกฎหมายไปฝ่าฝืนคำสั่งใคร แต่เรารู้ว่าทุกข์ของประชาชน ไม่เคยมีวันหยุด ทุกข์ของประชาชนไม่เคยเว้นวรรค

 

เราจึงใช้เวลา 5 ปีนี้ ลุยงาน ไม่ต้องเป็นกิจกรรมทางการเมืองหรอก แต่มาเรียนรู้กับพี่น้องประชาชน คลุกคลีกับพี่น้องประชาชน เรื่องไหนพี่น้องมีปัญหา ไม่เป็นไรครับ ไม่มีอำนาจ ไม่มีตำแหน่ง เราก็ใช้วิธีประสานส่วนราชการ เริ่มตั้งแต่ท่านประธานที่ปรึกษา นายกฯ ชวน หลีกภัย ท่านเห็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยากจน เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ท่านทำหนังสือไปถึงราชการเลย และพวกเราที่อยู่ข้างหลังผมอีกหลายคนก็ทำอย่างนี้ แม่เลี้ยงติ๊ก มีปัญหาเรื่องใบยาสูบ ก็ไปร้องเรียนกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มีปัญหาเรื่องข้าวโพด มันสำปะหลัง เราก็ยกคณะไปบอกกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ มีปัญหาสารพัดเรื่อง เราไม่เคยหยุดนิ่ง

 

พร้อมๆ กันเราบอกว่า เวลา 5 ปี ซึ่งความจริงเราไม่รู้หรอกมันจะนานเท่านี้ เราจะเตรียมตัวให้ดีที่สุด ที่พร้อมจะมาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน บนเวทีนี้มีหลายคนทำงานเรื่องนโยบาย คุณหมอวรงค์ ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ท่านเหล่านี้ไม่เคยหยุด ไปทำโครงการทดลองในพื้นที่โครงการภาษาอังกฤษในโรงเรียน English for all โครงการน้ำหยด ไปดูงานถึงต่างประเทศ จะเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้พี่น้องประชาชน

 

ผมจำได้เวลาเขาจัดสัมมนา อภิปราย ร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ถามเรื่องนโยบาย ผมตอบได้หมด แต่พรรคอื่นบอก เขาไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมทางการเมือง พวกเรายังไม่ได้มีการประชุมเรื่องนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกครับ นโยบายที่ผมพูด ถามพี่น้องทีละข้อๆๆ เมื่อสักครู่ ทำไมประชาธิปัตย์พูดได้ทันที พูดได้เป็นระบบ เพราะเราไม่เคยหยุดทำงาน

 

แต่วันนี้พอใกล้เลือกตั้ง มาแล้วครับ มาแล้วครับ สินค้าลอกเลียน สินค้าลอกเลียนต้องระวังนะครับ เดี๋ยวนี้รับใบปลิวจากบางพรรค โปรดอ่านฉลากก่อน เพราะบางพรรคไม่เคยคิด ไม่เคยเชื่อว่าจะทำสิ่งเหล่านี้ แต่พอพรรคประชาธิปัตย์เสนอนโยบายในเรื่องเหล่านี้ มาทันที แล้วก็ใช้วิธีการเกทับ

 

ผมยกตัวอย่าง เอ่ยชื่อได้ อันนี้เราพูดความจริงไม่ได้โจมตีกัน เอาความจริงมาพูด พรรคพลังประชารัฐนี่ พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคใหม่นะครับในสายตาผม พรรคพลังประชารัฐประกอบไปด้วยคน 2 กลุ่ม 1. รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ หรืออดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ มือเศรษฐกิจทั้งนั้น เพราะฉะนั้นพรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคใหม่ คือมีผลงานให้พี่น้องเห็นมาแล้วว่า บริหารเศรษฐกิจเป็นอย่างไร 4-5 ปีที่ผ่านมา

 

วันก่อนไปขึ้นเวทีดีเบต ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐบอก เราเป็นพรรคใหม่ ไม่มีภาระทางประวัติศาสตร์ ผมบอกคุณมีภาระทางประวัติศาสตร์คือผลงานเศรษฐกิจ 4-5 ปีนี้ ที่พี่น้องจะจะอดตายกันหมดอยู่แล้ว จริงมั้ยจริงครับ (จริง – เสียงปรบมือ)

 

กลุ่มที่ 2 ที่เป็นนักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่คนใหม่เลยครับ อดีต ส.ส. ที่มีการไปเก็บเกี่ยวจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้ามา ไม่ว่ากันครับ นักการเมืองมีสิทธิ์ย้ายพรรค แต่ไม่ใช่พรรคใหม่ และเมื่อไม่ใช่พรรคใหม่ จะเสนอนโยบายอะไร เราต้องตั้งคำถาม ตั้งคำถามว่า ถ้านโยบายที่คุณเสนอวันนี้ มันเป็นสิ่งที่คุณเชื่อ มันเป็นสิ่งที่คุณอยากทำ แล้วทำไม 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ทำ

 

ผมเอาง่ายๆ 2 เรื่อง 1. นโยบายเกิดปั๊บ รับสิทธิ์เงินแสน พอเสนอออกไปเป็นนโยบายใหม่ พี่น้องประชาชนสนใจ ตื่นเต้น ตอบรับ วันดีคืนดี พรรคพลังประชารัฐบอก จะทำคล้ายๆ กันแต่จะให้มากกว่า ผมก็ต้องทวนความจำครับ พลังประชารัฐอยู่มา 4-5 ปี บริหารประเทศ 4-5 ปี จะทำเรื่องนี้ ไม่ได้ทำเลยครับ ไม่เคยพูดเรื่องเด็ก 0-8 ขวบ ไม่ได้พูดเรื่องการที่จะให้เบี้ยแก่เด็กถ้วนหน้าทุกคน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราต้องสงสัยว่าจะมีอะไรที่ยืนยันได้ว่า เขาเชื่อในการทำนโยบายเหล่านี้จริง

 

ยิ่งไปกว่านั้น พรรคพลังประชารัฐ ไม่เคยคิดจะพูดถึงการให้เบี้ยเด็กเข้มแข็งถ้วนหน้า 0-8 ปีมาเลย 4-5 ปีที่ทำงานมา สำคัญก็คือวันที่ประชาธิปัตย์เสนอนโยบายนี้ แคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐ บอกกับประชาชนบอกว่า อย่าไปเชื่อ นโยบายแบบนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาทำ แต่ขณะนี้พลังประชารัฐเสนอสิ่งที่ต้องใช้เงินมากกว่าประชาธิปัตย์เกือบเท่าตัว นี่คือตัวสะท้อนให้เห็นว่า ความสนใจ ความใส่ใจหรือการเตรียมการเรื่องนโยบายเหล่านี้ไม่ได้มีครับ แต่เมื่อจะหาเสียงเลือกตั้งก็มาทำ

 

เหมือนกันครับ ที่ผมบอก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี่ เราท้วงรัฐบาลมาเป็นปี บอกให้เป็นเงินสด โอนเข้าบัญชีเถอะ ก็ไม่ทำ เพิ่งมาทำในเดือนหลังๆ พี่น้องครับ สปก. เหมือนกัน การแก้ที่ทำกินที่ประชาธิปัตย์ทำเรื่องโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน ไม่ได้รับการสานต่อเลย จากรัฐบาล 2 ชุดที่ผ่านมา ที่เป็นเรื่องเป็นราวเป็นรูปธรรม วันดีคืนดีพอประชาธิปัตย์บอกจะก้าวไปอีกขั้นนึง เอา สปก. มาเป็นหลักประกันให้กู้ได้ เอาโฉนดสีฟ้าเข้ามา ตอนนี้ไปไกลเลยครับ บอกจะให้สิทธิ์คนถือ สปก. อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ข้อเท็จจริงพี่น้องทราบมั้ยครับ 4-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ทำอะไรเรื่อง สปก. ทำเรื่องเดียวคือเอามาตรา 44 มานิรโทษกรรมให้คนทำเหมือง ให้คนทำอุตสาหกรรม ให้คนทำกังหันลมในพื้นที่ สปก. แต่ไม่ใช้มาตรา 44 ช่วยเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ สปก. เลย

 

ผมจึงบอกว่า ต่อจากนี้ไป นโยบายแบบนี้จะมาอีกเยอะเลยครับ เบี้ยยังชีพ ก็จะต้องให้มากกว่า อสม. ก็จะต้องให้มากกว่า มากันอีกหลายพรรคที่จะทำอย่างนี้ แต่พี่น้องต้องดูว่า ใครของจริง และใครที่มีความเข้าใจและจริงใจในการทำเรื่องเหล่านี้ นโยบายที่เกี่ยวกับเด็ก เยาวชนทั้งหมด พี่น้องไล่มาดูเลยครับ ที่ได้ประโยชน์กันอยู่มากมายขณะนี้ เริ่มต้นจากประชาธิปัตย์ทั้งนั้นครับ

 

สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยากจะยืนยันว่า การแก้จน การสร้างคน การสร้างชาติ ที่เพื่อนๆ ของผมได้พูด ได้กล่าวไปทั้งหมด เป็นความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ กลั่นออกมาจากอุดมการณ์ ความคิด ประสบการณ์การทำงาน และ 5 ปีที่เรายังทุ่มเท คลุกคลีทำงานให้กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด จึงเชื่อถือได้ จึงเชื่อมั่นได้

 

การกำหนดตัวเลข ผมย้ำกับคนที่ทำงานเสมอ เอาตามความเป็นจริง เพราะพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดอยู่แค่หลังการเลือกตั้ง ไม่ได้คิดอยู่แค่อีก 1 สมัย 2 สมัย เราจะอยู่คู่กับพี่น้อง เราจะอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป (เสียงปรบมือ) นั่นหมายความว่าเราไม่เอาประเทศไปเสี่ยง และเราไม่เคยมีประวัติในการเอาประเทศไปเสี่ยง ทำนโยบายออกมาแล้วในที่สุดเกิดปัญหามากมายกับประเทศชาติบ้านเมือง เสียดายคุณหมอวรงค์ มีเวลาน้อยไปสักนิด ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากนโยบายจำนำข้าว มหาศาลนะครับ ตอนนี้ยังไปต่อสู้คดีเรื่องการยึดทรัพย์กันอยู่ แต่ระหว่างนี้พี่น้องทราบมั้ย ทุกปีที่เราเสียภาษีไปเป็นงบประมาณ รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณไปใช้หนี้ในโครงการนี้ ปีละประมาณ 3 หมื่นล้าน และอาจจะต้องใช้หนี้แบบนี้ไปอีกเป็นเวลาอาจจะถึง 10 ปี

 

แต่ประกันรายได้ที่ประชาธิปัตย์เคยทำ ทำได้ ไม่เสียหาย จำนำข้าวทำคราวที่แล้ว ทำให้ประเทศไทยมีปัญหาในการส่งออกข้าว เพราะมีการไปซื้อแพง มาเก็บไว้ในสต็อค กว่าสต็อคจะหมดไป กว่าการส่งออกข้าวจะลืมตาอ้าปากได้ ใช้เวลาหลายปี ประกันรายได้ไม่เคยทำให้การเป็นแชมป์การส่งออกข้าวไทยสูญเสียไป จำนำข้าวสุดท้ายก็ถูกเปิดโปงเรื่องการทุจริต คอร์รัปชัน มีการติดคุก มีการยึดทรัพย์ ประกันรายได้ไม่มีปัญหาเหล่านี้ นี่เป็นรูปธรรมว่า บางทีบางครั้ง เบื้องแรกเรามองว่า นโยบายประชาธิปัตย์ทำไมไม่หวือหวา นโยบายประชาธิปัตย์ทำไมถึงไม่ดูแล้วสะใจเท่ากับบางนโยบาย แต่สุดท้ายมันพิสูจน์ไงครับว่านโยบายประชาธิปัตย์นั้น ยืนหยัดอยู่ได้ และจะเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหา

 

วันนี้ผมดูนโยบายพรรคการเมืองอื่น เรื่องราคาพืชผล บางพรรคบอก ภายใน 6 เดือนจะต้องขึ้นเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซนต์ แต่พอมีใครถามว่าทำอย่างไร ไม่ตอบครับ ตอบไม่ได้ บางเวทีตัวแทนพรรคไปตอบว่ายังไม่รู้ แต่ประชาธิปัตย์พูดชัดแล้ว เรายกระดับราคาพืชผลหรือรายได้ของเกษตรกรด้วยระบบประกันรายได้ของเรา นี่คือความแตกต่าง

 

ดังนั้นเรื่องนโยบาย ผมอยากกราบเรียนพี่น้องว่า นอกจากที่พี่น้องจะทราบว่า ใครมีนโยบายอย่างไรแล้ว พี่น้องต้องพิจารณาให้ดีว่า นโยบายเหล่านั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่ อย่างไร ด้วยฝีมือใคร แต่นอกจากเรื่องนโยบาย นอกจากเรื่องปากท้อง นอกจากเรื่องเศรษฐกิจความยากจน วันนี้สิ่งที่พี่น้องต้องการเช่นเดียวกัน คือการเมืองที่จะมีการยกระดับขึ้นไป พี่น้องไม่ต้องการเห็นอะไรครับ ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง ไม่ต้องการเห็นนักการเมืองใช้อำนาจในทางไม่ชอบ ไม่ต้องการเห็นการเมืองที่เรามักจะพูดว่า เป็นเรื่องสกปรก แต่ต้องการการเมืองใหม่ การเมืองสะอาด การเมืองที่มีการปฏิรูปแล้ว

 

วันนี้เราก็ต้องพูดกันให้ชัดว่าบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ที่ลงสนามเลือกตั้งนี้ ใครบ้างที่พิสูจน์ให้เห็นว่ากำลังยกระดับการเมืองไทย การเมืองสามก๊ก สามขั้ว พูดกันชัดๆ เปรียบเทียบได้เลยครับ ฝ่ายหนึ่งอิงอยู่กับอำนาจรัฐบาลในปัจจุบัน รูปธรรมของการใช้อำนาจที่เราเห็น มีการใช้ ม.44 ไปเกี่ยวข้องกับ กกต. สุดท้ายจังหวัดสุโขทัย เป็นจังหวัดที่มีการแบ่งเขตที่พิสดารที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และพิสดารที่สุดในประเทศไทย (เสียงปรบมือ)

 

เดือนธันวาใช่มั้ย คุณสัมพันธ์ พาผมไปดูนี่แหละว่า เขตของคุณสัมพันธ์มีจุดนึงกว้างประมาณกี่ร้อยเมตรนะ 200 เมตร แล้วอยู่บนเขา คุณสัมพันธ์จะไปจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งในเขตเลือกตั้งตัวเอง ไปไม่ได้หรอกครับ ต้องไปผ่านอีกเขตเลือกตั้งหนึ่ง อันนี้เกิดขึ้นแล้ว แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ยึดถือในเรื่องของธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง เพราะกฎหมายเขียนเอาไว้ชัดว่าจะแบ่งเขตเลือกตั้งต้องคำนึงถึงความเป็นชุมชน การคมนาคม ติดต่อกันและกัน แต่มีการเอามาตรา 44 มาใช้ เพื่อบอกว่า แบ่งไปยังไงก็ได้ให้ถือว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎหมายแล้ว ไม่รวมปัญหาซึ่งมีรายงานในหลายพื้นที่มาโดยตลอดว่า ยังมีการใช้อำนาจรัฐอย่างต่อเนื่องในเรื่องอื่นๆ อีก เช่น เวลามาสำรวจว่าใครยากจนที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อย่างนี้เป็นต้น น่ากลัวครับ ถ้าการเมืองยังคิดแบบนี้

 

เมื่อวาน ผมไปดีเบตที่ช่อง 9 มีพี่น้องบางคนติดตาม อุตส่าห์มากระซิบให้กำลังใจผมว่า เมื่อวานดูอยู่ – ชอบ ผมเสียดายเหมือนกันเพราะว่าเมื่อวานผมถามพรรคพลังประชารัฐ ถามว่าเมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาดีเบตบ้าง ตัวแทนพรรคพลังประชารัฐบอก ท่านอยากมา แต่ กกต. พูดเสมือนว่าถ้ามาแล้วจะผิดกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ หาเสียงไม่ได้ ผมก็เลยถามว่า อ้าว แล้วถ้า พล.อ.ประยุทธ์หาเสียงไม่ได้ แล้วทำไมไปปรากฎรูปอยู่บนพรรคการเมืองได้ แล้วที่ลงพื้นที่อยู่หลายครั้ง ผมก็ติดตามดูอยู่ทางโทรทัศน์ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร ผมไม่ได้ติดใจหรอกครับว่ามันเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาธิปัตย์หรือเปล่า แต่ผมติดใจว่า ถ้าเราอยากยกระดับการเมืองไทย เราต้องมาสร้างค่านิยม วัฒนธรรมที่ถูกต้อง

 

วันที่ผมเป็นนายกฯ ยุบสภา สมัยผมจัดรายการโทรทัศน์อยู่ วันอาทิตย์ช่อง 11 ช่องเดียว ผมยังหยุดจัดเลยครับ วันนี้ผมเดินเข้าไปจำไม่ได้ตลาดไหนนะ ผมก็ไปเจอแม่ค้าคนนึง ขอแปลก คือส่วนใหญ่มาขอผมเรื่องปากท้อง คนนี้ขอผมบอกว่า คืนวันศุกร์ขอกลับไปดูละครได้มั้ย (เสียงปรบมือ) ขอฉันกลับไปดูโทรทัศน์แบบปกติแบบของฉันได้มั้ย นี่คือสิ่งที่เป็นการบ่งบอกว่า ถ้าเรายังไม่ก้าวพ้นการเมืองแบบเก่าๆ ซึ่งข่าวคราวที่ผ่านมา ไม่ดีเลยครับ การดูด ส.ส. การแบ่งเขตเลือกตั้ง การทำความสับสนว่าอะไรเป็นเรื่องของรัฐบาล อะไรเป็นเรื่องของการหาเสียง ถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ เราสร้างค่านิยมว่าใครเป็นรัฐบาล ใช้อำนาจยังไงก็ได้ สุดท้ายไปไม่รอด

 

อีกขั้วการเมืองหนึ่ง ก็รัฐบาลก่อนๆ นี่ก็มาแปลก เที่ยวนี้ก็มีกลยุทธ์ที่เขาบอกว่า แตกแบงก์ ตั้งพรรคออกมาเป็นเครือข่ายเยอะแยะไปหมด หวังที่จะใช้ประโยชน์จากวิธีการคำนวน ส.ส. ตามระบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อจะได้คะแนนมากกว่าสัดส่วนคะแนนที่ตัวเองได้รับ แล้วก็ยังยืนยันหลายอย่างเหมือนเดิม คุณบุญยอดก็ติงไปแล้วบนเวทีปราศรัยว่าเอาเรื่องการเมือง ความขัดแย้งมา และเห็นได้ชัดครับ ล่าสุดเห็นมั้ยครับ อยู่ดีๆ ก็สร้างความตึงเครียดขึ้นมา เพราะพยายามนำเสนอนโยบายแล้ว นำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งมันไม่ควรจะมีความขัดแย้งเลย คือไปพูดเรื่องการตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ครับ แต่นำเสนอกันยังไงไม่ทราบ ก็เลยเกิดปัญหาเรื่องเพลงขึ้นมา

 

ฝ่ายทหารบอกอยากให้ฟังเพลงหนักแผ่นดิน สักพักอีกฝ่ายก็บอกให้ฟังประเทศกูมี แล้วก็ตึงเครียดกันขึ้นมา ขัดแย้งกันขึ้นมา ผมก็ถามว่า เราจะต้องขัดแย้งกันเรื่องแบบนี้เพราะอะไรครับ ถ้าเราเสนอนโยบายด้วยเหตุด้วยผล ถ้าเราเสนอนโยบายแล้วบริหารตามความเชื่อ ตามอุดมการณ์ ปัญหาไม่เกิดหรอก เพราะผมจะอธิบายให้พี่น้องฟังว่า รัฐบาลในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา มีรัฐบาลที่ตอนเข้าไปงบกลาโหมอยู่ในระดับนี้ แล้วตอนออกมางบมันลดลง ชัดเจนที่สุดคือรัฐบาลของผมครับ เพราะการอนุมัติงบประมาณพุ่งสูงสมัยรัฐบาลนายกฯ สมัคร ก็พรรคการเมืองในเครือที่ขณะนี้มาเรียกร้องว่าต้องตัดงบๆ นั่นแหละ แต่ผมปรับลดงบลงมา แล้วก็ปีต่อไปก็ปรับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน แต่ปรับเพิ่มแล้วยังน้อยกว่าวันที่เข้าผมเข้าไปบริหารประเทศ ทราบมั้ยครับผมตัดงบรัฐมนตรีกลาโหมชื่ออะไร รัฐมนตรีกลาโหมชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่มีอะไรขัดแย้งครับ ผมบริหารงานด้วยเหตุด้วยผล ว่าฐานะการเงินของประเทศ ฐานะงบประมาณขณะนั้น แล้วความจำเป็นของกองทัพ มันปรับลดงบได้ ก็ปรับลดครับ

 

แต่ผมไม่เคยมาโอ้อวดว่า นี่แหละผมเป็นประชาธิปไตย ผมจึงต้องไปปรับลดงบของทหาร – มันไม่ใช่ ผมจึงอยากจะยืนยันไงครับว่า ถ้าเรายังพยายามสร้างความขัดแย้ง และตอนนี้พรรคการเมืองในเครือนี้ พยายามมาบังคับประชาชนอีก ต้องเลือกข้าง ถ้าเลือกคนโน้นเป็นเผด็จการ ถ้าเลือกคนนี้เป็นประชาธิปไตย แล้วก็เป็นประชาธิปไตยในความหมายที่เขานิยามกันเอง ผมบอก-ไม่ใช่

 

การเมืองแบบนี้มีแต่จะกลับไปสู่ความขัดแย้ง และการเมืองที่ยังเชื่อว่าการทุจริต คอร์รัปชันเป็นแค่วาทกรรม จะนำบ้านเมืองกลับไปสู่วิกฤติอีก ผมจึงบอกวันนี้ที่เป็นสามก๊ก ประชาธิปัตย์นั่นแหละ คือหนทางที่จะพาประเทศไปสู่การเมืองใหม่ เราทำทุกอย่างตามมาตรฐาน มีความเป็นสถาบัน มีความเป็นสากลทุกเรื่อง และไม่ว่าการเมืองไทยสับสนวุ่นวายอย่างไรก็ตาม ไม่เคยหวั่นไหว เดินหน้าทำงานตามแนวทางของพรรคการเมืองที่มีมาตรฐานสากล บนอุดมการณ์ของความเป็นประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม

 

และสำคัญที่สุดก็คือยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต หลายท่านบนเวทีย้ำไปแล้วครับ เมื่อไหร่ที่รัฐบาลทุจริต เมื่อไหร่ที่รัฐบาลโกงกิน เมื่อนั้นจะเกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะรัฐบาลที่ทุจริตจะเริ่มไปทำอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มันผิดจากทำนองคลองธรรม และระบบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ต้องไปปิดปากสื่อ ต้องไปคุกคามฝ่ายค้าน ต้องไปแทรกแซงองค์กรอิสระ เพราะกลัวว่าจะถูกตรวจสอบ หนีกระทู้ถามในสภา หนีการตรวจสอบในทุกรูปแบบ สุดท้ายประชาชนยอมไม่ได้ อึดอัด ก็ลงสู่ท้องถนน แล้วก็เป็นที่มาของความขัดแย้ง จนนำไปสู่ปัญหาการปฏิวัติ รัฐประหาร

 

เราพอแล้วใช่มั้ยครับ กับการเมืองแบบนั้น เพราะเรารู้ว่าการเมืองแบบนั้น ในที่สุดก็นำความเดือดร้อนแบบที่เราเผชิญอยู่ในเรื่องเศรษฐกิจปากท้องในปัจจุบันไง วันนี้เมื่อเราพอแล้ว ผมก็มาชวนพี่น้องเดินหน้าไปด้วยกัน เราจะไม่เดินวนอีกแล้ว เราจะไม่กลับไปสู่วัฏจักรของการทุจริต คอร์รัปชัน กับการปฏิวัติรัฐประหารอีกแล้ว แต่พี่น้องต้องให้โอกาสประชาธิปัตย์ และเลือกประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ต้องเลือกให้ถล่มทลาย ต้องเลือกให้มันเด็ดขาด เพื่อที่ว่าประชาธิปัตย์ จะได้กำหนดทิศทางของประเทศได้อย่างเต็มที่ เลือกครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเยอะ บัตรเหลือใบเดียว ใบนี้เลือกทั้งคนเลือกทั้งพรรค เลือกทั้งนายกฯ คะแนนทุกคะแนนมีความหมาย ไม่มีการโยนทิ้ง ยิ่งได้มากเท่าไหร่ ยิ่งได้ ส.ส. มากเท่านั้น

 

เพราะฉะนั้นเสียงปรบมือที่พี่น้องมอบให้กับทุกนโยบายที่ผมถาม ความต้องการที่จะก้าวพ้นวิกฤติทางการเมือง และความขัดแย้งทางการเมือง จะเป็นจริงได้ ประชาธิปัตย์ต้องได้คะแนนเสียงเข้าไปอย่างท่วมท้น นั่นหมายความว่า ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์แบบถล่มทลาย (เสียงปรบมือ)

 

2 เขตเลือกตั้งอย่างในสุโขทัยที่เป็นผู้แทนอยู่แล้ว อย่าคิดแค่ว่า เลือกเท่านี้คุณวิรัตน์ก็เป็นผู้แทน เลือกเท่านี้คุณสัมพันธ์ก็เป็นผู้แทน เขต 3 อย่าไปคิดว่า คะแนนพรรคเดิมดีอยู่แล้ว เดี๋ยวเอาคะแนนเท่านั้นมา อ้าว ทนายโด่งก็ได้เป็นผู้แทน 3 คนอาจจะได้เป็นผู้แทน แต่ถ้าได้คะแนนกันคนละ 2 หมื่น 3 หมื่นนี่ แหม ... ผมละเป็นห่วงบุญยอดจริงๆ เพราะผมตั้งใจว่าบุญยอดต้องเข้าสภานะเที่ยวนี้ ที่เอาไว้ตรงนั้นจะให้ประชาชนเลือกมากๆ ให้ถึงให้ได้

 

ที่สำคัญก็คือว่า ถ้าเลือกกันแล้ว ประชาธิปัตย์ในที่สุด คะแนนไม่มากพอจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาล ลืมไปเลยครับ นโยบายต่างๆ ที่พูดกัน เพราะไอ้ที่มาเกทับ บลัฟกันนี้ ผมไม่เชื่อว่าตั้งใจทำ หรือทำได้ หรือทำแล้วจะไม่เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง และในที่สุดบ้านเมืองก็จะกลับมาวิกฤติกันอีกครั้งหนึ่ง

 

ผมจึงต้องขอความกรุณาจากพี่น้องทุกท่าน วันนี้ท่านตั้งใจมาสนับสนุน มาฟัง แล้วก็คงตั้งใจที่จะเลือก แต่ไม่พอครับ ท่านต้องคิดว่าท่านรู้จักใครบ้าง มีเพื่อน มีญาติ อยู่ที่ไหนในประเทศไทย ทุกคะแนนมีความหมายที่จะส่งให้ประชาธิปัตย์ พาประเทศออกจากวงจร วัฎจักรแบบนี้ ต้องขอให้ทุกคนไปเลือกประชาธิปัตย์ ผมรู้ว่าเขาทำให้มันยาก เพราะแต่ละเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด เบอร์ก็ไม่เหมือนกันอีก แต่ไม่เป็นไรครับ บัตรเลือกตั้งเขายอมแล้วให้มีพระแม่ธรณี กับคำว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่

 

ให้ทุกคนสังเกตพระแม่ธรณี และชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และกาไปตรงนั้น ถ้าเราทำอย่างนั้น ประชาชนจะเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยจะสุจริต และเราจะเดินหน้า แก้จน สร้างคน สร้างชาติ ไปด้วยกันครับ กราบขอบพระคุณครับ