เมนูหลัก

เมนูย่อย

บทความ

ปชป. คือคำตอบพาชาติพ้นวังวน

ที่มา:  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 9 ม.ค. 2562

“พรรคประชาธิปัตย์” จัดทัพว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทยอยเปิดตัวนโยบายหลายๆ ด้าน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์ กับทีมการเมืองเดลินิวส์ว่า

*มองว่าสถานกาณ์การเลือกตั้งครั้งนี้จะหนักหน่วงกว่าครั้งที่แล้วหรือไม่ อย่างไร

            การแข่งขันในครั้งนี้คงมีสูง จะรุนแรงและเข้มข้นมากขึ้น เพราะเมื่อว่างเว้นจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วมาประมาณ 7-8 ปี และมีพรรคใหม่ๆ เกิดขึ้นเยอะ เนื่องจากสภาพการเมืองหลังการทำรัฐประหาร ส่งผลให้มีกลุ่มคนที่สนใจการเมืองมากขึ้น กลุ่นคนที่อยู่ในพรรคเดิมๆ แยกตัวออกไป และยังมีกติกากำหนดให้บัตรเลือกตั้งเป็นแบบใบเดียว ทุกคะแนนมีความหมาย ทุกพรรคจึงต้องพยายามอย่างเต็มที่ให้ได้ทุกคะแนน

*พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้าจำนวน ส.ส. ไว้อย่างไร จะได้เท่าเดิมหรือใกล้เคียง 159 คน เหมือนในปี 2554 หรือไม่

            เราต้องมุ่งทำให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด พร้อมรักษาฐานเสียงเดิมไว้ให้ได้ เพราะเราตั้งเป้าเป็นแกนนำรัฐบาลในการนำพาบ้านเมืองพ้นจากวังวนเดิม เร่งฟื้นเศรษฐกิจ ต้องการให้บ้านเมืองมีความยั่งยืน เราจึงนำสิ่งเหล่านี้ไปขอความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนการเจาะฐานเสียงใหม่ ถ้าเราสามารถเพิ่มคะแนนตรงนั้นได้ ก็มีความหมาย ระบบใหม่จัดสรร ส.ส. ตามจำนวนคะแนนที่ได้รับ เราจึงมุ่งทุกพื้นที่ แม้ใครสบประมาทว่า ที่นั่ง ส.ส. ของเราจะหายไปเยอะ ผมมั่นใจว่าจะได้เกิน 100 คน แต่พรรคที่บอกว่าจะได้ ส.ส. เยอะๆ ขอให้รอดูเถอะว่าในที่สุดจะได้ ส.ส. ถึงร้อยหรือไม่ ผมดูจากความเป็นจริง เราทำงานไปก็ประเมินตลอด ฟังเสียงประชาชน ดูการวิจัยและผลสำรวจความคิดเห็นต่างๆ

*ด้วยกติกาใหม่และมีคู่แข่งมาก จะทำให้ประชาธิปัตย์เจาะพื้นที่ใหม่ยากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ

            เราไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพราะพื้นที่เหล่านั้นอาจเป็นไปได้ว่าคะแนนที่เคยกองอยู่กับพรรคเดียว เมื่อได้แตกออกมา เราก็มีโอกาสแทรกเข้าไปได้มากขึ้น เราตั้งใจไปขอคะแนนทุกคะแนนในทุกพื้นที่ เชื่อว่าจะได้คะแนนเพิ่มในภาคเหนือและภาคอีสาน เพราะในช่วงที่พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนสูงมาก เราก็ยังมีคะแนนเป็นกลุ่มเป็นก้อนในฐานะพรรค จากนั้นผ่านมา 4-5 ปี และนโยบายที่เรานำเสนอตอนนี้น่าจะตอบโจทย์คนภาคเหนือและภาคอีสานได้ควบคู่กับการมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่ไม่เคยใช้สิทธิมาก่อน ก็สนใจพรรคเรามากขึ้น

*ฐานเสียงที่ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์จะรักษาไว้อย่างไร

            ในภาคใต้มีคู่แข่งมากขึ้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ย้ำกับคนของเราว่า ต้องทำงานหนักให้มากขึ้นในการรักษาคะแนนเสียงและต้องพยายามทำให้ประชาชนทราบถึงระบบใหม่ ว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมายจริงๆ เราไม่ประมาทใครทั้งนั้น การครองพื้นที่ใดมานานๆ คนใหม่ต้องพยายามหามุมในการแข่งขัน แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนในภาคใต้ มีทั้งการทำประมง ราคายางพาราและปาล์ม ซึ่งเราไม่เคยทำให้ราคายางและปาล์มตกต่ำ และ 4 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีบทบาทที่ชัดเจนที่สุด ในการติดตามและใส่ใจอยู่ตลอด

*แล้วจำนวน ส.ส. แค่ไหน จึงถือว่าประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง

            ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยยังเป็นแชมป์เก่า ยังได้เปรียบ มีพื้นที่ฐานเสียงขนาดใหญ่ ส่วนแบบไหนที่ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ต้องมาดูว่าผลการเลือกตั้งในตอนนั้น สถานการณ์ต่างๆ เป็นอย่างไร ผู้บริหารพรรคทั้งหมดต้องมาร่วมประเมินว่า เป้าหมายคืออะไร อย่างไร ถ้าสุดท้ายจะต้องให้ผมแสดงความรับผิดชอบ ผมพร้อมอยู่แล้ว แต่ถ้าเราได้ ส.ส. ต่ำกว่าร้อย ผมไม่อยู่เป็นหัวหน้าพรรคแน่นอน

*พรรคประชาธิปัตย์จะต้องได้ ส.ส. เท่าไหร่ ถึงจะสามารถเป็นขั้วที่ 3 หรือเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาล

            เราจะเป็นตัวหลัก ผมคิดว่าผลคะแนนของแต่ละพรรคจะไม่สูสีกัน ถ้าเราได้รับคะแนนเสียงมากจนได้เป็นผู้รวมเสียงข้างมาก เราก็ต้องเป็นตัวหลัก แต่ทุกพรรคต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนก่อน ต้องดูว่าแต่ละพรรคได้คะแนนเป็นอย่างไร จากนั้นมาดูว่าใครเหมาะสมที่เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลรวมเสียงข้างมาก มันก็ต้องเป็นไปตามระบบอย่างนั้น

*หลังจากเริ่มเปิดตัวนโยบายหลายเรื่อง นโยบายใดที่พรรคคิดว่าจะเป็นจุดขายหรือโดนใจคนได้มากที่สุด

            นโยบายของพรรคทั้งหมดต้องพูดให้เห็นถึงภาพรวมของประเทศ สำหรับสิ่งที่อยู่ในใจประชาชน คือ ปัญหาปากท้อง ยาเสพติด ทุจริตคอร์รัปชั่น การศึกษา การสาธารณสุข ซึ่งพรรคมีนโยบายตรงนี้ครบถ้วน และไม่ขัดยุทธศาสตร์ชาติ แต่แตกต่างกันในเรื่องวิธีการบ้าง ก็ต้องปรับกันไป

            เรื่องนโยบายก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ภาพที่ใหญ่กว่าคือ การที่ประชาชนต้องการพาประเทศเดินออกจากวงจรเก่าๆ เพราะเศรษฐกิจไม่ดี เสรีภาพถูกจำกัด แต่ประชาชนไม่ต้องการให้ประเทศอยู่กับปัญหาคอร์รัปชั่น หรือประชานิยมเชิงนโยบายที่นำไปสู่ความขัดแย้งหรือการล้มละลาย หรือไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ พรรคประชาธิปัตย์ให้คำตอบได้ว่า เราบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่านี้อย่างไร เรามีนโยบายที่สามารถเป็นคำตอบมาตอบโจทย์ทุกเรื่องให้ประชาชน ขออาสาเป็นผู้นำประเทศออกจากวังวนเดิมได้ เรามั่นใจว่าสิ่งที่นำเสนอไปแล้วซึ่งอิงกับแนวคิดเรื่องสวัสดิการและสิทธิ เป็นนโยบายที่มีตัวเลขรองรับ มีความยั่งยืน และตอบโจทย์ระยะยาวด้วย ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมมั่นใจว่าประชาชนจะให้ความสนใจนโยบายของเราแล้วมาสนับสนุนเรา

*จะเอางบประมาณจากไหนมาขับเคลื่อนนโยบาย เพราะบางเรื่องน่าจะต้องใช้เงินจำนวนมาก

            เมื่อถึงเวลาเราจะมีคำตอบให้อย่างแน่นอนว่าจะเอาเงินมาจากไหน เราคำนวณตัวเลขมาอย่างดี การหาทรัพยากรมานั้นมันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้เงินแล้วต้องไปหาเงิน การหาทรัพยากรและการใช้ทรัพยากรต้องตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การที่คนพูดว่าจะให้สวัสดิการแก่ประชาชนเยอะแยะไม่ได้หมายความว่าจะลดความเหลื่อมล้ำได้ เพราะระบบภาษีมีส่วนสร้างความเหลื่อมล้ำ จึงต้องปฏิรูประบบภาษีเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วย ซึ่งเมื่อถึงเวลาเราจะอธิบายให้ทราบ และเป็นชุดสุดท้ายที่เราจะมาประกาศเพื่อให้เห็นภาพทั้งหมดว่านอกจากจะสามารถระดมงบประมาณได้แล้ว จะยังแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร