เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

'อภิสิทธิ์' โชว์แก้เศรษฐกิจ-การศึกษา นำ ปชป .ทางหลัก เลือกตั้ง'62

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน 9 ม.ค. 2562

          หมายเหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ "มติชน" เนื่องในโอกาส 42 ปี มติชน ถึงทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2562

 

ความพร้อมของพรรค ปชป.ในการเลือกตั้ง 2562

          เราคิดว่านโยบายที่พรรค  ปชป. นำเสนอในการเลือกตั้ง ครั้งนี้ จะเป็นของขวัญที่ดีกับประชาชน และหวังว่าจะเป็นสิ่งที่ประชาชนก็ต้องการ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา และการกระจายอำนาจ หากประชาชนให้โอกาสพรรค ปชป. ได้ทำงาน ก็จะนำนโยบายต่างๆ ไปปฏิบัติให้เป็นจริงและเกิดประโยชน์ โดยการหาเสียงของพรรค ปชป. ก็คงต้องทำทุกรูปแบบที่สามารถทำได้ การลงพื้นที่ก็ยังจำเป็น การสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ แน่นอนที่สุดคือสิ่งที่พรรค ปชป.ต้องการจะสื่อสาร นโยบาย จุดยืนทางการเมือง ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีคุณภาพ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พรรค ปชป.ต้องนำเสนอไปพร้อมๆ กัน

 

*มองสถานการณ์การเมืองในปี 2562 จะเป็นไปในทิศทางใด

          ผมคิดว่าทุกคนก็มุ่งสู่ประเด็นของการเลือกตั้ง แต่ก็อาจจะมีปัญหาอยู่ว่าทางรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการใช้อำนาจที่ทำให้คนวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะไม่เป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ หากมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการเลือกตั้งและมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมคิดว่าความสนใจของประชาชนจะอยู่ที่การแข่งขัน ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ประชาชนคาดหวังว่าจะทำให้เกิดขึ้น

 

          การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ และการเมืองที่จะต้องกลับเข้าสู่ภาวะที่ปกติ ถ้าเรามีการเลือกตั้งที่เป็นธรรม มีการยอมรับก็ถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นที่หนึ่ง ต่อจากนั้นคือขั้นที่สอง การใช้อำนาจของวุฒิสภา (ส.ว.) จะเป็นอย่างไร เพราะ ส.ว. 250 คน ถ้าไปใช้อำนาจในลักษณะที่สวนทางกับการตัดสินใจของประชาชนก็เสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้ง ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปได้ บรรยากาศก็จะเข้าสู่ภาวะที่ประชาชนเขาอยากจะเห็นการตั้งต้นใหม่ ในการเดินหน้าของรัฐบาลที่มาจากการเลือกของเขา ส่วนประเทศจะไปได้ดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลในอนาคตแล้วว่า สามารถที่จะดำเนินการหาเสียงได้หรือไม่ จะมีปัญหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ใช้อำนาจในทางมิชอบอีก

 

*จุดยืนของพรรค ปชป.จะมีอะไรที่สามารถไปร่วมมือกับพรรคอื่นได้บ้าง โดยเฉพาะพรรคใหม่มาแรงอย่างพลังประชารัฐ (พปชร.)

          พรรค พปชร.ไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศ แนวทางการ บริหารที่รวมศูนย์ แนวทางบริหารที่ค่อนข้างจะอนุรักษนิยม แนวทางที่จะให้ภาคราชการเป็นใหญ่ ไม่สามารถตอบโจทย์ ของประเทศในอนาคตได้  เราเชื่อเรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องแนวคิดเสรีนิยมประชาธิปไตย เชื่อเรื่องการตอบสนอง ให้ประชาชนได้ร่วมกำหนดทิศทางต่างๆ

 

          ผมคิดว่าผลงานด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ล้มเหลว มิเช่นนั้น ตอนนี้ก็คงไม่มีประเด็น ที่จะต้องมาแจกเงินคนจนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากเดิมคือเราเคยบอกว่าคนจนมีจำนวน 7 ล้านคน ตอนนี้กำลังพูดถึงตัวเลข 14 ล้านคนไปแล้ว ความ ล้มเหลวที่ไม่มีการตอบสนองนโยบายภาคการเกษตรที่เป็นรูปธรรม ความไม่สามารถในการที่จะเจรจาต่อรองกับต่างประเทศ จนส่งผลกระทบมาถึงอุตสาหกรรมต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลง

 

*มีการมองว่าการที่พรรค ปชป. ยังไม่ประกาศจุดยืน ว่าจะจับมือกับใครหรือไม่ เป็นการแทงกั๊ก

          ผมคิดว่าผมชัดเจนแล้วว่าพรรค ปชป. จะเป็นทางเลือก หลัก แต่ต้องไปถามพรรคอื่นๆ ว่าเรามีแนวทางแบบนี้ จะจับมือกับเราหรือไม่ และถ้าพรรคการเมืองอื่นๆ สนใจจับมือกับพรรค ปชป. ก็ต้องดูว่าแนวทางทางการเมืองของเราทำตามแนวคิดของเราได้หรือไม่ ตอนนี้เห็นว่า ทุกพรรคต่างก็เสนอแนวทางของตนเองไป ยืนยันว่า ปชป.ไม่มีอะไรจะต้องกั๊ก และ ปชป.ก็ไม่เคยที่จะต้องดิ้นรนไปเป็นรัฐบาลด้วย เราจะเป็นรัฐบาลก็ต่อเมื่อเห็นว่า เราทำประโยชน์ให้กับประเทศได้จริง

 

แสดงว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าตั้งเป้าที่จะเป็นรัฐบาล

          เราเป็นพรรคเมืองก็ต้องตั้งเป้าเป็นรัฐบาลทั้งนั้น เพื่อที่ต้องการทำตามวัตถุประสงค์ทำนโยบายของเรา ให้สำเร็จ และผมก็มองว่าเราไม่ใช่ว่าจะมุ่งไปเป็นรัฐบาลโดยไม่มีอุดมการณ์ ไม่สนใจความถูกต้อง ไม่ต้องสนใจแนวทางการบริหารบ้านเมือง เพราะที่ ปชป. อยู่มาได้ 74 ปี เพราะเราตัดสินใจว่าอะไรที่เราควรทำหรือไม่ ควรทำ ถ้าเอาเราไปเป็นรัฐบาลกับคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเราก็เสียชื่อ ถ้าเอาเราไปทำงานกับคนที่บริหารเศรษฐกิจประเทศล้มเหลว เราก็จะเสียชื่อไปด้วย เราไม่สนใจ เรื่องการเสนอเก้าอี้รัฐมนตรีเพื่อแลกกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ผมชัดเจนว่า ปชป.จะสนใจจุดยืนเรื่องการเมือง

 

*จะบอกว่า ปชป. ยินดีจะเป็นฝ่ายค้านหากพรรคที่จะ เป็นรัฐบาลมีแนวคิดไม่ตรงกับตัวเอง พูดเช่นนี้ได้ หรือไม่

          ได้ครับ เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าการจะไป บริหารรัฐบาลร่วมกัน แต่แนวทางการบริหารประเทศ ไม่ตรงกัน จะให้มาทำงานด้วยกันก็เป็นรัฐบาลที่จะทำงานยาก เพราะความเป็นรัฐบาลคือ การที่เราต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ วันนี้ผมไม่ได้ บอกว่ายังไม่มีพรรคไหนที่จะทำงานด้วยกันได้เลย แต่ ผมบอกว่าสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในขณะนี้

 

          เช่นกรณีที่พรรคไหนก็ตามประกาศนโยบายว่า ยังสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ ต้องบอกว่าถ้าคุณยังบริหาร ประเทศแบบนี้ มีทัศนคติเรื่องเสรีภาพของประชาชนเช่นนี้ มันก็จะมีเจตนารมณ์ไม่ตรงกับอุดมการณ์ของพรรค ปชป. อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่อให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง หรือไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม แต่ก็ยังก็มี หลายเรื่องที่ไม่ตรงกับอุดมการณ์ของ ปชป.อยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงต้องแข่งขันกันไปด้วยนโยบายแล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ

 

*พรรค ปชป. คิดว่าการที่มีพรรคการเมืองบางพรรคเริ่มเสนอตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีเพื่อได้เข้าร่วมรัฐบาลตรงนี้สะท้อนอะไรในการเมืองไทย

          สะท้อนความล้มเหลวของการเมืองในอดีต โดยเฉพาะ การหมกมุ่นอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์ของกลุ่มนักการเมืองด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่มกลับมา ที่วงจรของการนำตำแหน่งมาต่อรอง โดยคิดแต่เพียงว่าเพื่อจะได้มาซึ่งอำนาจ โดยไม่สนใจว่าวิธีการที่ใช้คืออะไร เราก็จะไม่สามารถหลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ได้

 

          อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าเรามีรัฐบาลจะเป็นในลักษณะของร้อยพ่อพันแม่ จะมาคิดแต่เรื่องของการแบ่งปันผลประโยชน์ แบ่งเขตแบ่งอำนาจ เราจะกลับไปสู่การเมืองที่เป็นจุดเดิม หรือถ้าเราพยายามตั้งรัฐบาลเป็นศูนย์กลาง โดยมองข้ามเจตนารมณ์ หรือ สิ่งที่ประชาชนแสดงผ่านกระบวนการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ก็คือ การทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ประชาชนได้ประโยชน์จริง ให้พรรคเอานโยบายมาสู้กัน เราต้องฟังเสียงของประชาชนว่าประชาชนเขาเลือกแนวทางไหน

 

*อยากจะฝากบอกพรรคการเมืองที่กำลังทำในสิ่งที่ พูดถึงว่า ควรหรือไม่ควรทำในสิ่งนี้อย่างไร เพราะหากจะมีพรรคการเมืองที่ทำเช่นนี้ก็จะนำประเทศไปสู่จุดเดิม

          ผมอยากบอกว่าถ้าเราจะนึกเอาแต่ตัวเอง เอาแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า เราเองก็จะกลับกลายเป็นฝ่ายที่ทำลายระบบ เพราะระบบการเมืองพังก็จะไม่มีใคร ได้ประโยชน์อะไร ทุกคนจะมีแต่ความเสียหายโดยเฉพาะประเทศที่จะเสียหายมากที่สุด ดังนั้นจะทำอะไรก็ตาม ต้องช่วยกันรักษาระบบให้เกิดความถูกต้องให้ได้

 

*มองว่าการเลือกตั้งในปี 2562 จะเป็นการคืนอำนาจให้กับประชาชนที่แท้จริงหรือไม่ และจะเป็นการ รีสตาร์ตประเทศเพื่อเดินไปข้างหน้าได้จริงหรือไม่

          จะเป็นเช่นนั้นได้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บอกไปแล้วว่า การเลือกตั้งต้องสุจริต และเมื่อผลการเลือกตั้ง ออกมา ทุกฝ่ายต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้าได้จริงก็ต่อเมื่อเรามีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย ตอบสนองการแก้ปัญหา ของประชาชนได้ มีความซื่อสัตย์สุจริต และถ้าขาด สิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ผมคิดว่าประเทศไทยก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก

 

*หากหลังการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามบัญชีรายชื่อที่ พรรค พปชร.เสนอ จะเป็นอย่างไร

          ขอย้ำนะครับ ย้ำว่าถ้าได้เป็น สมมุติ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง จะอยู่ในสถานะที่ต่างจากปัจจุบันค่อนข้างเยอะ จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีอำนาจพิเศษ จะมีฝ่ายค้านและยังมีกลุ่มคนในสังคมที่ยังสามารถวิพากษ์วิจารณ์โดยมีสิทธิเสรีภาพเต็มรูปแบบ ท่านจะบริหารประเทศเหมือนกับวันนี้อย่างที่เป็นอยู่ไม่ได้ อย่างแน่นอน

 

          นอกจากนี้ ยังมีการทำงานในรูปแบบของรัฐบาลผสมอีก ท่านก็ต้องบริหารรัฐบาลผสมให้ได้ เพราะสำหรับพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็ดูจะเป็นพรรคการเมืองที่รวบรวมตัวนักการเมืองมาจากหลากหลายที่ และต่างคนต่างมีความคาดหวังสูงเรื่องตำแหน่ง เรื่องอำนาจ ดังนั้น ก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะบริหารทั้งตัวรัฐบาล และประเทศไทยทั้งประเทศ

 

*ในฐานะผู้นำพรรค การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งเป้าจะพา ปชป.ไปยืนอยู่จุดสูงสุดอย่างไร

          ผมตั้งใจว่าเมื่อเราจะเป็นหลักให้กับประเทศ เราก็ต้องทำงานโดยให้มี ส.ส.ให้มากที่สุด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เอาอุดมการณ์และนโยบายที่ตอบสนองปัญหา ของประเทศได้ในอนาคต ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง นี่คือหน้าที่ของผมในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.

 

#DemocratTH #พรรคประชาธิปัตย์