เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

"อภิสิทธิ์" ลุยพื้นที่สุโขทัย ชูนโยบายสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประชาชน ย้ำโครงการประกันรายได้เกษตรกรสร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในระยะยาว

(13 ธันวาคม 2561) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเพื่อพบปะกับสมาชิกพรรคฯ และพี่น้องประชาชนกว่า 1,000 คน ที่สหกรณ์การเกษตรคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย โดยได้กล่าวกับสมาชิกพรรค และประชาชนตอนหนึ่งว่า 

เมื่อครั้งที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ เราดูแลสินค้าเกษตรทุกตัว ทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่ารายได้เกษตรกรดี หนี้สินของพี่น้องประชาชนลดลง สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นนโยบายที่เคยทำมาดีแล้ว ประชาธิปัตย์จะทำให้ดียิ่งขึ้นเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมกับให้คำมั่นว่า “ประชาธิปัตย์จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน”

“ต่อไปนี้ถ้ามีลูก ลูกจะได้เรียนฟรี มีอาหารกลางวันในโรงเรียน การดูแลลูกหลานของประชาชน ประชาธิปัตย์จะดูแลอย่างเต็มที่ เมื่อเด็กเข้าสู่วัยการศึกษาต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพจบมาต้องมีงานทำทั้งหมด ซึ่งประชาธิปัตย์ได้ทำเป็นนโยบายไว้แล้ว” 

“หลักคิดของประชาธิปัตย์คือประชาชนทุกคนต้องมีหลักประกัน เพราะหากประชาชนมีหลักประกัน เศรษฐกิจก็จะมั่นคง และหากประชาชนมีความมั่นคงก็จะนำความสามารถมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ประชาธิปัตย์จะทำให้ประชาชนเข้มแข็งและประเทศชาติเข้มแข็ง”

“ประชาธิปัตย์ใช้ระบบประกันรายได้เกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร แต่ยังเชื่อว่ายังมีความยากจน ยังขาดสวัสดิการ ถ้าประชาชนอยากได้เศรษฐกิจที่ทุกคนมีหลักประกันมั่นคง ประชาธิปัตย์เตรียมนโยบายไว้แล้ว”

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงเรื่องการกดเงินสดด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ตนได้พูดเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้สักพักแล้วแต่รัฐบาลเพิ่งได้ทำสิ่งนี้ เพราะระบบของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำให้เศรษฐกิจในชุมชนไม่หมุนเวียน ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และสี่ปีที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ไม่เคยหยุดทำงาน และคิดหาวิธีแก้ไขรองรับ พร้อมทั้งเตรียมนโยบายที่จะแก้ปัญหาประชาชนไว้เรียบร้อยแล้ว

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกด้วยว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์จะทำนโยบายไม่ถูกใจประชาชนทุกคนแต่ไม่เคยสร้างภาระให้กับประเทศชาติ การที่มีบางพรรคบอกว่าแพ้ไม่ได้นั้น อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเขาจะทำสิ่งที่มิชอบอีกหลายอย่าง หรือทำแบบไม่รับผิดชอบ สุดท้ายก็จบลงที่การฮั้ว การทุจริตคอรัปชั่น และกลับมาสู่การรัฐประหาร กลับมาสู่วังวนวิกฤติของบ้านเมือง 

ดังนั้นใครจะพูดอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าประชาชนหนักแน่น ประชาชนก็จะได้อย่างนั้น หากเลือกประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ก็จะเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ คำขู่เหล่านั้นประชาธิปัตย์ไม่เคยกลัว เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรสามารถชนะคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ของประชาชน หากเป็นเช่นนี้ได้ การเลือกตั้งก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะประชาชนจะเลือกคนมาทำงานเพื่อประชาชนไม่ว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไรหากประชาชนไม่เลือกคนที่มีประวัติทุจริตคอรัปชั่น แล้วหันมาเลือกคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ก็เชื่อมั่นได้ว่าคนที่เขาเลือกมาจะทำงานเพื่อประชาชนและยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก