เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

“ชาญชัย” เรียกร้อง กกต. สอบประวัติ กก.ประจำหน่วยเลือกตั้ง แจ้งสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อความโปร่งใส สุจริต เป็นธรรม ตรวจสอบสอบได้

28 มี.ค.2562 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเรียกร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งว่า เนื่องจากในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมามีปรากฎการณ์ทุจริตการเลือกตั้งหลายรูปแบบ  แต่มีเรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่คือเอกสารที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่เป็นตัวแทนของ กกต. ไปทำหน้าที่จัดการการเลือกตั้งในคูหาเลือกตั้ง ปรากฎว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมีหลักฐานของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ไปเซ็นชื่อแทนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ใบหนึ่งนับสิบราย ในคูหาหนึ่งรวมแล้วหลายสิบคน อีกทั้งยังมีการนำบัตรเลือกตั้งไปลงคะแนนแทนคนที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งปรากฎในเอกสารหลักฐานที่ได้นำมาแถลงข่าวในวันนี้

 ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ กกต. ทำการกวดขันเรื่องดังกล่าว โดยวิธีการแก้ไขทำได้โดย หากมีการตั้ง กปน. กกต. ควรแจ้งพรรคการเมืองหรือผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ทราบ เพื่อจะร่วมกันตรวจสอบประวัติของบุคคลที่เป็น กปน. ว่ามีความเป็นกลาง หรือเอนเอียง หรือมีพฤติกรรมที่อาจจะก่อให้เกิดทุจริตการเลือกตั้งได้ เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ สามารถท้วงติง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาก่อนจะเกิดการทุจริต หรือเหตุไม่โปร่งใสที่จะสร้างความเสียหายโดยรวม หรือเกิดการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้ตนได้แจ้งให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทราบแล้ว และทางพรรคฯ จะทำหนังสือถึง กกต. ต่อไป

“ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้จะเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งและเกิดความเสียหายโดยรวมต่อประเทศชาติบ้านเมือง และอาจจะเป็นการลุกฮือที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง”

ส่วนกรณีที่สองคือหีบบัตรเลือกตั้งที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว ขอให้ กกต. ช่วยอธิบายให้สังคมรับทราบด้วยว่าเมื่อลงคะแนนแล้ว กกต. นำหีบบัตรดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ไหน อย่างไร มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดอย่างไร รวมถึงมีการขนย้ายหีบบัตรดังกล่าวทั้งหมดอย่างไร และในจังหวัดต่างๆ ที่มีการลงคะแนนล่วงหน้าทั่วประเทศ เมื่อเลือกตั้งล่วงหน้าเสร็จในวันนั้นแล้วนำไปเก็บที่ใด ต้องเปิดเผยต่อสังคมและบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกเขตทุกจังหวัดทราบในวันที่นำหีบบัตรนั้นเข้าเก็บรักษา ไม่ใช่รู้เฉพาะแค่ส่วนของ กกต. โดยเฉพาะถ้ามีการแก้ไขกันภายในโดยที่ไม่มีฝ่ายใดสามารถตรวจสอบได้ ที่สุดก็จะเป็นข้อครหาและเป็นชนวนเหตุว่าคนของ กกต. เข้าไปทุจริตการเลือกตั้งให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องใหญ่ระดับสองตามมา เพราะครั้งนี้มีผู็ลงทะเบียนขอให้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามากถึง 2.8 ล้านคน ถ้ามีการทุจริตจะสามารถบล็อคโหวตหรือส่งผลกระทบต่อการนับคะแนนให้กับพรรคการเมืองต่างๆ ได้