เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

ปชป. เตือนไม่ควรบิดเบือนภาพ - ข้อมูล การจับมือตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

 

1 มี.ค. 2562 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่าหลังจากที่มีการหาเสียงมาได้ประมาณครึ่งทาง จนเหลือเวลาอีกประมาณ 20 กว่าวันจะถึงวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ปรากฎว่าขณะนี้ได้มีความพยายามใช้สื่อต่างๆ ในการกล่าวร้าย สร้างข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือบิดเบือนจากข้อเท็จจริง ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสน หรือเข้าใจผิดในสาระสำคัญต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย ที่มีการนำเสนอข้อมูล หรือเนื้อหาสาระ หรือภาพที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจำนวนมาก

 

อย่างไรก็ตามมีภาพหนึ่งซึ่งมีการนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง ก็คือภาพที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งสนทนาอยู่กับตัวแทนพรรคการเมือง หรือหัวหน้าพรรคการเมืองที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของหลายพรรคการเมือง ยกเว้นพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะที่เห็นหน้าชัดเจนก็คือนั่งสนทนาอยู่กับตัวแทนพรรคเพื่อไทย หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย ในเนื้อหาสาระที่พยายามเผยแพร่ต่อๆ กันมาก็คือมีความพยายามที่จะบอกว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ยอมเข้าไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ภาพที่ปรากฎนี้พยายามสื่อให้เห็นว่านี่คือการนั่งคุยสนทนากันเพื่อเตรียมการในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง โดยมีพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ เตรียมการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งภาพและข้อมูลลักษณะนี้มีหลากหลายข้อความ หลากหลายวิธีการในการนำเสนอ และหลายช่องทาง

 

ในเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายองอาจ กล่าวยืนยันว่า ทั้งภาพ และข้อมูลที่นำเสนอว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคอื่นๆ ที่ปรากฏอยู่ในภาพเหล่านี้ ล้วนเป็นข้อมูลเท็จ พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คุยกับพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ ในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งดังที่มีภาพปรากฎ

 

                นายองอาจกล่าวว่าในข้อเท็จจริงแล้วการนั่งสนทนาคุยในลักษณะนี้เป็นภาพการนั่งสนทนากันจริงแต่เป็นการสนทนากันที่สถานีโทรทัศน์ช่อง ONE ซึ่งจัดรายการ One ดีเบต ตัวจริงชิงสภา เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนั่งสนทนาก่อนที่จะเข้าร่วมรายการดีเบต ไม่ใช่เป็นการร่วมนั่งสนทนาในเรื่องจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแต่อย่างใด

 

นายองอาจกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีบุคคลบางกลุ่มบางพวกพยายามที่จะให้ประชาชนเลือกข้างระหว่างประชาธิปไตย กับเผด็จการ ตนขอยืนยันว่าวิธีการแบบนี้ไม่ใช่นักประชาธิปไตยที่แท้จริง ประชาธิปไตยไม่ใช่การบีบบังคับ นักประชาธิปไตยจะไม่ใช้ประชาธิปไตยมาบังหน้า เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง เพราะประชาธิปไตยนั้นไม่ใช่เครื่องมือให้ใครเข้าสู่อำนาจ แต่ประชาธิปไตยคือการให้โอกาสประชาชนเลือกตัวแทนในการเข้าไปใช้อำนาจเพื่อประชาชน ในอดีตที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนได้ประกาศต่อสาธารณะว่า เขาใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการเข้าสู่อำนาจ หลังจากนั้นเมื่อได้อำนาจแล้ว ก็เอาอำนาจไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ใช้อำนาจในการหาประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้อง ครอบครัว

 

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เรายืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ หรือการเมืองขณะนี้ไม่ได้มีสองขั้ว อย่างที่มีความพยายามในการชี้นำสังคม แต่มี 3 ฝ่ายด้วยกัน คือฝ่ายที่ยังรักภักดีกับระบอบทักษิณ อีกฝ่ายหนึ่งคือฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ และอีกฝ่ายคือฝ่ายประชาชน ในส่วนของประชาธิปัตย์เรายืนยันว่าเราไม่บังคับให้พี่น้องประชาชนเลือกข้าง เพราะไม่ต้องการเห็นการเมืองแบบเผชิญหน้าต้องกลับมาอีกครั้ง การเมืองที่แบ่งเป็นสองฝ่าย และการเผชิญหน้ากันอย่างเดียว แต่ต้องการให้สนามเลือกตั้งนั้นเป็นโอกาสให้ประชาชนได้กำหนดทิศทางของประเทศอย่างแท้จริง ด้วยสิทธิ์ และเสียงของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ด้วยการบังคับให้ประชาชนต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง

 

เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงอยากให้พี่น้องประชาชนอย่าปล่อยให้ใครเปลี่ยนสนามเลือกตั้งมาเป็นสนามรบ เพื่อที่จะให้ใครได้สืบทอดอำนาจต่อ หรือให้พรรคการเมืองใดก็ตามพาใครคนใดคนหนึ่งกลับบ้านอีก สำหรับประชาชนที่ตั้งคำถามว่าเพราะอะไรพรรคประชาธิปัตย์จึงจะเป็นทางออกของประเทศนั้นก็ต้องตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นทางออกของประเทศได้ก็เพราะว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวในขณะนี้ที่ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง พรรคฯ ทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการเล่นแร่แปรธาตุ เพราะฉะนั้นพรรคฯ จะไม่ใช้สนามเลือกตั้งในครั้งนี้มาทำสงครามที่จะให้ใครชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป หรือทำเพื่อประโยชน์ของตนเองและครอบครัวเพื่อสนองประโยชน์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสที่ประชาชนจะหลุดพ้นจากความจน จากการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และหลุดพ้นจากคนขี้โกงหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นพรรคฯ จึงได้บอกกับพี่น้องประชาชนมาตลอดว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเป็นทางหลักของประเทศในการนำพาประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้หลังการเลือกตั้งที่จะถึงนี้