เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

“จุรินทร์” เปรียบ ประชาธิปัตย์ เหมือนชีวิตคน  มั่นใจชาวประชาธิปัตย์จะร่วมมือร่วมใจพาพรรคฯ ไปนั่งในหัวใจประชาชนได้อีกครั้ง

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเนื่องในวันครบรอบ 73 ปีพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงทำพิธีทางศาสนาอิสลามว่า

 

ผู้นำทางศาสนา ท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อนพี่น้องชาวประชาธิปัตย์ที่เคารพรักทุกท่าน วันนี้เป็นวันมงคลอย่างยิ่ง อย่างน้อย 3 เรื่อง เรื่องแรกก็คือวันนี้เป็นวันจักรี ซึ่งทุกท่านทราบดีอยู่แล้วว่ามีความสำคัญกับประเทศของเราอย่างไร เรื่องที่ 2 ก็คือเป็นวันเริ่มต้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 10 ของเรา และที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือเป็นวันคล้ายวันก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ของพวกเราในที่นี้ทุกคน

 

ผมขอถือโอกาสนี้ในนามพรรคฯ ก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณพวกเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอดีตหัวหน้าพรรค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษสำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา แล้วก็อย่างน้อยอีก 2 ท่าน ที่ต้องขอถือโอกาสขอบพระคุณในที่นี้ ที่เหน็ดเหนื่อยไม่แพ้กันก็คือท่านชวน หลีกภัย ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน รวมทั้งคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้ใหญ่ของพรรค สมาชิกพรรค ผู้สมัคร พวกเราทุกคนในที่นี้ขอขอบคุณในนามพรรคฯ ด้วยความจริงใจ ที่ให้เราผ่านพ้น ผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนผลจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องปกติ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นแค่สถานการณ์หนึ่งบนเส้นทางอันยาวไกลของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เราจะต้องเดินไปข้างหน้าต่อไป ไม่มีวันหยุดยั้ง และไม่มีวันจบสิ้น

 

อดีตที่ผ่านมาเราเคยทั้งประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ทั้งเคยได้ผู้แทนน้อย ย้อนไปไม่นาน ผมไปนั่งดูตัวเลขเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลักปี 19 มาถึงการเลือกตั้งปี 2522 ผู้แทนเราหายไปกว่าครึ่งในการเลือกตั้ง มาถึงปี 2529 แล้วก็ข้ามมาถึงปี 2531 ในการเลือกตั้งครั้งถัดมา ตอนนั้นผมเริ่มเป็นผู้แทน ผมเป็นผู้แทนครั้งแรกปี 2529 แล้วก็มาเป็นผู้แทนครั้งที่ 2 ปี 2531 ผู้แทนเราหายไปเรียกว่าครึ่งหนึ่ง จากประมาณร้อยนึง เหลือ 48

 

แต่ว่าไม่ว่าผู้แทนเราจะหายไปเท่าไหร่ การเลือกตั้งครั้งถัดๆ มาเราก็สามารถที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง แล้วก็กลับมาเป็นรัฐบาล แล้วก็มาเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้อีกหลายครั้ง อย่างน้อยที่สุด ย้อนไปข้างหลังที่ไม่ไกลมาก ตั้งแต่ 2535/2 ท่านชวน หลีกภัย ก็นำทัพประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง แล้วเราก็เป็นแกนตั้งรัฐบาล

 

ปี 2540 เราเป็นรัฐบาลอีกครั้งนึง ท่านชวน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี มาถึงปี 2551 ท่านอภิสิทธิ์ ก็สามารถที่จะนำพรรคฯ ไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เรามีหัวหน้าพรรคมา 7 คน เรามีความเจริญรุ่งเรืองมาเป็นลำดับ แน่นอนก็เหมือนชีวิตมนุษย์ มันก็ต้องมีขึ้นบ้าง มีลงบ้าง แต่ทุกท่านก็ช่วยกันสร้างคุณูปการให้กับพรรคฯ ได้เติบโตมาถึงทุกวันนี้ แล้วเราก็จะต้องมีวันข้างหน้า

 

ประชาธิปัตย์จึงเป็นพรรคที่มีจุดแข็ง มีจุดแข็งก็คือเรามีทั้งอดีต ปัจจุบัน และเรามีอนาคต จุดแข็งของเราก็คือเรามีคนทุกรุ่นที่จะเป็นกำลังสำคัญในการที่จะร่วมกันฟันฝ่าพาพรรคประชาธิปัตย์ให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ จุดแข็งของประชาธิปัตย์ก็คือความคิดสร้างสรรค์ที่มีความหลากหลาย มีบุคลากรที่มีศักยภาพที่พร้อมที่จะพาพรรคฯ ไปรับใช้ประชาชน และประเทศของเราให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไปในอนาคต ภายใต้จุดหลอมรวมจุดเดียวกัน นั่นก็คืออุดมการณ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ และความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะนำประชาธิปัตย์ไปรับใช้ประเทศ และประชาชนเพื่อที่จะสนองความต้องการของประชาชนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ผมยังเชื่อมั่นว่าประชาชนยังรักเรา และผมมั่นใจว่าประชาชนยังพร้อมที่จะให้โอกาสเรา ขออย่างเดียวอย่าให้เราท้อแท้ ท้อถอย หมดกำลังใจ ภายใต้ความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวประชาธิปัตย์ทุกคน ผมมั่นใจว่าเราจะสามารถร่วมมือร่วมใจกันพาพรรคประชาธิปัตย์ไปนั่งอยู่ในหัวใจของประชาชนอีกครั้งหนึ่งในระยะเวลาอีกไม่นานข้างหน้า ขอขอบคุณ เป็นกำลังใจทุกท่านครับ