เมนูหลัก

เมนูย่อย

ข่าวสารพรรค

ที่ประชุม ส.ส. ปชป. ตั้ง “องอาจ” เป็นประธาน ส.ส. “ชินวรณ์” ประธานวิปพรรค มอบ กก.บห. ไปประสานทิศทางการเมืองกับพรรคการเมืองอื่นๆ ก่อนนัดประชุมใหม่ 23 พ.ค.

21 พ.ค. 2562 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2562 ว่าการประชุมในวันนี้มีทั้งหมด 4 วาระ ประกอบด้วยการนัดหมายเข้ารายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชกฤษฎีกาเรียกให้มีการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2562 วาระที่ 2 เป็นการรับทราบพระราชกฤษฎีกาเรียกให้มีการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2562

นายราเมศกล่าวถึงวาระที่สำคัญคือ ที่ประชุมฯ มีการแต่งตั้งประธานที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคฯ โดยที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นประธาน ส.ส. ของพรรคฯ ทำหน้าที่ดำเนินการประชุม ส.ส. และมีนายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นรองประธาน

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง นายชินวรณ์ บุญเกียรติ เป็นประธานวิปของพรรคฯ เพื่อเป็นคณะกรรมการประสานในรัฐสภา นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นรองประธานวิป เพื่อให้การทำงานในรัฐสภาบรรลุวัตถุประสงค์ ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

ทั้งนี้ในวาระที่ 3 นายชวน หลีกภัย กล่าวปฐมนิเทศ ส.ส. ใหม่ ในหัวข้อการปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่หลายคน เพื่อให้ผู้ที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ตระหนักในการทำหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ รวมทั้งได้เรียนรู้วิธีการทำงานในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคฯ ได้เตรียมปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนไว้แล้ว เมื่อถึงกำหนดวันเปิดสภาจะได้มีการนำปัญหาต่างๆ เหล่านี้เพื่อตั้งกระทู้ถาม หรือตั้งเป็นญัตติต่างๆ ในการดำเนินงานในรัฐสภาอย่างเต็มรูปแบบ

นายราเมศกล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคฯ ซึ่งยังไม่ได้มีการประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมติของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาลนั้น ที่ประชุมฯ ได้มอบให้คณะกรรมการบริหารพรรคฯ ไปประสานทิศทางการเมืองกับพรรคการเมืองอื่นๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องรัฐสภา หรือเรื่องการทำงานฝ่ายบริหาร เพื่อนำข้อมูลต่างๆ กลับเข้ามาสู่การประชุมของพรรคฯ อีกครั้ง

ทั้งนี้การมอบหมายดังกล่าวมีเป้าหมายที่สำคัญคือ 1. เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 2. สถาบันหลักของชาติ มีความมั่นคงตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข 3. ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ที่ประชุมฯ ย้ำว่า มีเป้าหมายสูงสุดคือเพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังได้กำหนดนัดประชุมตามข้อบังคับพรรคฯ ในวันที่ 23 พ.ค. เวลา 13.00 น. โดยขอให้ทั้ง ส.ส. ของพรรค และคณะกรรมการบริหารของพรรค มารวมตัวกันที่พรรคก่อน เพื่อรวบรวมผลจากการไปประสานทิศทางการเมืองกับพรรคการเมืองอื่นๆ ของคณะกรรมการบริหารพรรค จึงอาจมีการเรียกประชุม ส.ส.ของพรรคก่อน และต่อจากนั้นในวันเดียวกันจึงจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมทั้งมีโอกาสที่จะมีการประชุมร่วมระหว่าง ส.ส. กับคณะกรรมการบริหารพรรคอีกด้วย