เมนูหลัก

เมนูย่อย

วีดีโอ

วาระผู้หญิง วาระประชาธิปัตย์

เปิดนโยบายวาระผู้หญิงของพรรคประชาธิปัตย์

โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ณ สกายวอร์คแยกสาทร-นราธิวาส (สะพานช่องนนทรี)

4 มีนาคม 2562

 

การเลือกตั้งครั้งนี้เราได้ยินการพูดถึงปัญหาและกลุ่มคนจำนวนมากซ้ำแล้วซ้ำอีก เราได้ยินถึงการจะต้องดูแลผู้สูงอายุ เราได้ยินถึงการจะต้องดูแลเด็ก เราพูดถึงความต้องการของกลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะต่างๆ เช่น คนพิการ เพศที่สาม และอื่นๆ อีกมาก เราได้ยินปัญหาที่มีการถกกันมาก ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การบังคับใช้กฎหมาย แต่ถ้าคิดดูให้ดี ทุกกลุ่มเหล่านี้ และทุกปัญหา คือปัญหาของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร คือผู้หญิง ผู้หญิงที่เป็นทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้หญิงที่จะต้องเผชิญกับปัญหาความยากจน เผชิญปัญหากับความเหลื่อมล้ำ นอกเหนือจากมิติในเรื่องของรายได้ ปัญหาของผู้หญิงจึงเป็นปัญหาสำคัญที่ผม และพรรคประชาธิปัตย์ มีความมุ่งมั่นตั้งใจว่าจะต้องมาช่วยแก้ไขอย่างเต็มที่

 

การจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจ ความเข้าใจก็คือความเอาใจใส่ การรับฟังปัญหา เป็นพื้นฐานของการทำงานในทางการเมือง ผมเป็นคนโชคดี ผมมีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ 10 ปี 10 ปีที่ผมได้อยู่ในสังคมที่เขามีค่านิยมในเรื่องของความเสมอภาคทางเพศชัดเจนแล้ว 10 ปีที่ทำให้ผมเรียนรู้ว่าการจะแก้ปัญหาให้กับผู้หญิงจะต้องเป็นการแก้ปัญหาทั้งที่เป็นนโยบายทั่วไป และเป็นนโยบายที่ต้องคำนึงถึงมิติที่เกี่ยวข้องกับเพศ และผู้หญิงด้วย และที่สำคัญผมไม่เคยหยุดเรียนรู้ ไม่เคยหยุดผลักดันในสิ่งที่มีความจำเป็น ในส่วนของสิทธิสตรี ในฐานะ ส.ส. ผมก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามร่วมผลักดันกฎหมายปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันได้ประกาศใช้แล้ว และเราเชื่อว่ายังจะต้องปรับปรุงอีก

 

ในฐานะนายกรัฐมนตรี มีนโยบายหลายเรื่องซึ่งมีการเข้ามาสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และผมจะต้องสั่งการ หรือขอว่าให้คำนึงถึงปัญหาของผู้หญิงด้วย ยกตัวอย่างเช่น มีการพูดถึงสิทธิการลาของข้าราชการ ผู้หญิงนั้นเป็นส่วนหนึ่ง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ผลักดันจนมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาว่า ผู้ชายก็ควรที่จะมีสิทธิ์ลาไปดูแลเลี้ยงดูบุตรด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้หญิง

 

แต่ยังมีงานอีกจำนวนมากที่เพื่อนๆ ผมเมื่อสักครู่ ได้พูดไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำ และเชื่อมั้ยครับ ทุกวันผมก็ยังต้องเรียนรู้กับสิ่งเหล่านี้ ผมหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเจอผู้คนเยอะมาก แต่วันก่อนผมไปงานดีเบตขององค์กรหนึ่ง แล้วก็มีช่างแต่งหน้าผู้หญิง ระหว่างที่แต่งหน้าอยู่ ผมก็ชวนคุย สอบถามถึงทุกข์-สุขของเขา และสิ่งที่ผมได้ฟังจากเขาเป็นการตอกย้ำถึงการต่อสู้ของผู้หญิงในสังคมที่ยังมีอีกมากมาย ผมถามไถ่ทุกข์-สุข เขาเริ่มต้นด้วยการเล่าว่า เขามีลูก 3 คน ที่จริงแล้วเขาบอกว่าลูกเขา 2 คน แต่ลูกเขาคนโตระหว่างเรียนไปทำผู้หญิงท้อง แล้วสุดท้ายก็มีลูกอีก 1 คนที่เขารับมาเลี้ยงเป็นลูกคนที่ 3

 

เขาทำงานแต่งหน้า แต่เขาดิ้นรนหารายได้เพิ่ม ไปทำสักคิ้ว ไปรับงานต่างๆ มากมาย เพราะเขาบอกว่าสามีเขาไม่ได้ช่วยเขาในการแบ่งเบาภาระในเรื่องเหล่านี้เลย ผมก็สอบถามเขาว่ามันเป็นอย่างไร เราสามารถช่วยเขาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ยิ่งฟังเขายิ่งเห็นถึงความอดทนความยากลำบากของผู้หญิงคนนี้ ลูกเขาเกเร เขาก็บอกว่าเขาต้องไปทำทุกสิ่งทุกอย่างจนกว่าชีวิตของลูกเขาจะเปลี่ยนแปลงมาได้ ถึงขั้นที่บอกว่า ไปเรียนกับลูก เพื่อจะแข่งขันว่าใครจะเรียนดีกว่ากัน ทั้งๆ ที่เขามีภาระมากมาย สุดท้ายจากเด็กที่เกเรขณะนี้อยู่ปีสุดท้ายแล้วกำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย มีโอกาสที่จะได้รับเกียรตินิยม

 

เขาบอกว่า ลูกเขาเคยเป็นเด็กแว้น เขาก็ต้องออกไปตามหาจนถึงที่พยายามเปลี่ยนพฤติกรรมลูก โรงเรียนของลูกจะมอบรางวัลให้เขาเป็นแม่ดีเด่น เขาบอกเขาไม่รับ จนกว่าลูกเขาจะมีพฤติกรรมที่ดี วันที่ลูกเขาจะเรียนต่อ ผมก็ยังถามว่าเขาได้มีโอกาสไปกู้ยืมจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามั้ย เขาตอบผมว่า เขาไม่ให้ลูกเขากู้ เขาไม่ต้องการให้ลูกเขาเป็นหนี้ก่อนเรียนจบ เขาเล่าให้ฟังว่านอกจากลูก 3 คนแล้ว เขายังดูแลพ่อ-แม่เขาที่อยู่ที่โคราช โดยต้องกลับไปเยี่ยมเยียนทุกสัปดาห์

 

ผมประทับใจในความมุ่งมั่น ในความอดทน ในการต่อสู้ และผมเชื่อว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวหรอกครับ ที่จะเจอปัญหาหรือสภาพแบบนี้ ความเป็นแม่ ความรักของแม่ ได้แสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เขาพยายามทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้ชีวิตของคนรอบข้างเขาดีขึ้น

 

สังคมไทย ประเทศไทย ต้องหาทางในการที่จะช่วยเหลือสนับสนุน แล้วก็เป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงทุกคน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้มาเปิดวาระผู้หญิง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 เรื่อง หรือ 3 หัวข้อหลัก ดังที่ท่านทั้งหลายได้ฟังไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแบ่งเบาภาระของแม่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะสร้างชีวิตที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาชีพการงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ทำกินหรืออื่น ๆ และในส่วนที่เป็นความสำคัญในเรื่งอของการได้รับความยุติธรรม ความเสมอภาค และมีชีวิตที่ปลอดภัย

 

ผมยืนยันครับว่า นโยบายเหล่านี้ ไม่ใช่นโยบายที่จะถูกจำกัดอยู่ในการทำงานของกลุ่มนักการเมืองหญิงในพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นนโยบายหลักที่พรรคประชาธิปัตย์เล็งเห็นถึงคุณค่า ของคนจำนวนกว่าครึ่งนึงของประเทศนี้ ซึ่งมีศักยภาพสูงมาก ที่จะผลักดันให้เกิดสังคมที่ดี เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และควรจะได้รับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

เราก็จะเดินหน้าในการผลักดันนโยบายเหล่านี้ ควบคู่กันไปเราก็จะพยายามแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ในการที่จะมาช่วยเราทำงานด้วย วันนี้ผมจึงขอจบการนำเสนอในวันนี้ด้วยการพูดถึงการนำเอาเทคโนโลยี และแนวความคิดของภาคเอกชนในการที่จะมาช่วยเหลือเรื่องของผู้หญิง

 

แอปพลิเคชัน 2 ตัว ที่วันนี้จะสาธิตให้ดู ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำนโยบายที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป แอปพลิเคชันแรก ก็จะเป็นแอปพลิเคชันซึ่งจะเชื่อมโยงกับไลน์ เป็นแอปพลิเคชันที่เราเรียกว่า “น้องเข้าใจ” น้องเข้าใจนี้จะเป็นแอปพลิเคชันที่เป็น Chat Bot สามารถที่จะเชื่อมโยงผ่านทุกอุปกรณ์ที่ผู้หญิงสามารถใช้ เมื่อมีการส่งข้อความไป Chat Bot ตัวนี้จะถามกลับมา ผมทักไปว่า สวัสดีค่ะ เขาก็ตอบมาว่า สวัสดีค่ะ เราชื่อน้องเข้าใจ เข้าใจเป็นตัวแทนของผู้หญิงด้วยกัน อยากจะเข้ามาช่วยให้คำปรึกษากับคุณค่ะ เราจะลองดูว่าเขาจะช่วยอะไรได้ เขาถามว่าเจอปัญหาเรื่องอะไร สมมติเราบอกว่า โดนใช้ความรุนแรง เขาก็จะถามกลับมาว่า ความรุนแรงนี้เกิดขึ้นกับใคร ตัวคุณเอง คนในครอบครัว หรือเพื่อนที่รู้จัก สมมติว่าเป็นเรื่องของคนในครอบครัว เขาก็จะตอบมาว่า คุณไม่ใช่คนแรกที่เจอปัญหานี้ และเข้าใจอยากให้คุณเข้มแข็งไว้ก่อน พอบอกได้มั้ยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน สมมติว่าเราบอกว่าเป็นเรื่องที่บ้าน เขาก็จะตอบกลับมาว่า เข้าใจและอยากแนะนำให้คุณติดต่อเพื่อนของเข้าใจเพื่อขอคำปรึกษาตามรายละเอียด แล้วก็จะมีทั้งเบอร์โทรศัพท์ เวปไซต์ที่สามารถติดต่อได้ นี่เป็นตัวอย่างแรก ความจริงเราสามารถจะเลือกตัวเลือกอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการพบกับการละเมิดทางเพศที่ทำงาน อย่างนี้เป็นต้น

 

ถามว่าทำไมเราต้องทำแอปพลิเคชันตัวนี้ เพราะในความเป็นจริง เวลาที่ผู้หญิงประสบกับปัญหาแบบนี้ เราอาจจะมองว่า ทำไมไม่ไปปรึกษาคนอื่น ผมเชื่อว่าถ้าเราเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงจะทราบว่า เวลาถูกกระทำ หรือเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ เราไม่ค่อยมั่นใจว่าถ้าเราปรึกษาคนอื่นที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน อะไรจะตามมา บางทีเราอาจจะถูกซ้ำเติมในเชิงความรู้สึก บางทีสมมติว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน ทำไปทำมา เรื่องออกไป สุดท้ายเราอาจจะกลายเป็นเหยื่อ ถูกปลดออกจากงานก็ได้ เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีที่เราบอกว่า จะนำมาใช้ จะมีการประชาสัมพันธ์ พัฒนาเพื่อช่วยในเรื่องของบริการที่จะทำผ่าน Chat Bot ตัวนี้ นี่เป็นตัวอย่างของการที่เรากำลังจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และบรรดาองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในภาคเอกชน หรือภาคประชาชนเข้ามาช่วยเหลือปัญหาของผู้หญิง

 

ตัวที่ 2 จะเป็นแอปพลิเคชันที่เมื่อสักครู่คุณไอเดียร์ได้พูดไปแล้วก็คือจะเป็นแอปพลิเคชันเพื่อแจ้งการเตือนภัย ผู้หญิงที่เผชิญกับปัญหาสถานการณ์ความไม่ปลอดภัย สามารถที่จะใช้แอปพลิเคชันตัวนี้ในการที่จะแจ้งการเตือนภัยได้ จะสาธิตให้ดู สมมติว่าเป็นโทรศัพท์ หรือสมมติว่าจะเป็นนาฬิกา Smart Watch หรือจะเป็น Wristband ก็ตาม ถ้ามีแอปพลิเคชันตัวนี้ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็จะสามารถส่งสัญญาณเตือนภัยได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือสัญญาณนี้จะถูกส่งไปที่ศูนย์ประสานงาน ซึ่งจะรู้ทันทีว่า ผู้ประสบภัยนั้นอยู่ที่ไหน แล้วศูนย์ประสานงานนี้ก็จะทำการประสานไปยังเครือข่ายอาสาสมัคร ซึ่งเริ่มต้นเขาอาจจะพยายามที่จะติดต่อกลับก่อน ดูว่าอยู่ในภาวะที่จะพูดคุยแจ้งเหตุได้หรือไม่อย่างไร แล้วถ้าสมมติว่าดูจากสถานการณ์เช่น ผู้ประสบภัยไม่ตอบกลับไป ก็จะประสานงานไปยังเครือข่ายอาสาสมัคร ซึ่งเราจะสร้างขึ้นที่มาช่วยดูแลแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ซึ่งจะได้รับการฝึกอบรม และมีค่าตอบแทนตามสมควร แล้วเขาก็จะสามารถที่จะมาช่วยเหลือในเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ตามจุดเกิดเหตุที่มีการรายงานไปยังศูนย์ประสานงาน

 

นี่ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่เราจะต้องเอามาเชื่อมโยงเข้ากับการทำงานของตำรวจ เข้ามาเชื่อมโยงกับการทำงานของหน่วยงาน หรือองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมนำเสนอในวันนี้ และกับเพื่อน ๆ นักการเมืองหญิงอีกหลายคน ก็เพื่อที่จะยืนยันว่าวันนี้ประชาธิปัตย์เราพร้อมแล้ว พร้อมไม่ใช่ในแง่ของความคิด นโยบาย ที่เราได้ไปรับฟัง และมีการพัฒนาคำตอบมาว่าจะช่วยเหลือชีวิตของผู้หญิงในทุกมิติได้อย่างไร และพร้อมที่จะดึงทั้งเทคโนโลยี และพลังต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคม องค์กรต่างๆ นั้น มาช่วยผลักดันให้คุณภาพชีวิตของผู้หญิงทุกคนดีขึ้น วาระผู้หญิง วาระประชาธิปัตย์

ชมคลิปเพิ่มเติม